<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>สำนักสักยันต์อาจารย์หนู กันภัย</title>
	<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu</link>
	<description>อาจารย์หนู กันภัย</description>
	<lastBuildDate>Wed, 25 Nov 2009 03:53:52 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>พิธีปลุกเสกคนหนุนดวงบุญฤทธิ์</title>
		<description> </description>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=348</link>
			</item>
	<item>
		<title>แผนที่เส้นทางสำนักสักยันต์ อ.หนู กันภัย</title>
		<description> </description>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=347</link>
			</item>
	<item>
		<title>พ๊อกเก็ตบุ๊ค(Pocket Book) “หมื่นยันต์”</title>
		<description>วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ตามห้างสรรพสินค้า ร้าน SE-ED Book (ซีเอ็ดบุ๊ค) -  ร้านดอกหญ้า – ร้านนายอินทร์ – แพร่พิทยา - บุ๊คสโตร์(BookStore) - Book Smile ใน 7-ELEVEN  และแผงหนังสือ ชั้นนำทั่วประเทศในราคาเล่มละ 320 บาท

           แล้วก็ถึงวันที่ท่านผู้อ่านตั้งตาคอยมาถึงและพร้อมให้ท่านเป็นเจ้าของ พ๊อกเก็ตบุ๊ค(Pocket Book)
         เล่มที่สองของ อ.หนู กันภัย ที่ได้รวบรวมสาระอันทรงคุณค่า ควรคู่แก่การอ่านและเก็บรักษา สำหรับท่านที่สนใจ
         ที่จะศึกษาในเรื่องของอักขระและเลขยันต์ และไสยศาสตร์อันลี้ลับ�
           จาก”สัก เสก เลขยันต์” ที่ได้ตีพิมพ์ออกวางแผงเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549  และได้รับความสนใจ
      จากผู้อ่านทำให้จำหน่ายหมดไปในเวลาเพียง 10 เดือน  มาบัดนี้ มีความยินดีที่จะแนะนำ พ๊อกเก็ตบุ๊ค(Pocket Book)
เล่มที่สอง ของ อ.หนู ...</description>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=344</link>
			</item>
	<item>
		<title>ชักตื้นติดกึก  ชักลึกติดกัก</title>
		<description>จับเข่าคุย
ชักตื้นติดกึก  ชักลึกติดกัก
           
จับเข่าคุย
ชักตื้นติดกึก  ชักลึกติดกัก
              ในรอบปีหนึ่งๆ มีน้อยวันที่อาจารย์จะดีใจได้ปลื้ม ส่วนใหญ่จะเป็นวันที่อาจารย์นั่งกรรมฐานแล้วรับรู้ได้ว่ามีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาในตัวเองคือสิ่งที่จิตนั้นสามารถที่จะสัมผัสได้ซึ่งก็มีไม่บ่อยนัก พูดไปอย่างนี้แล้วลูกศิษย์คงหลายคนที่ไม่เข้าใจ อาจารย์หมายถึงวันที่อาจารย์ได้ลุซึ่งกรรมฐานในแต่ละชั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่าย
              แต่ในแต่ละวันขณะที่นั่งสมาธินั้นความอิ่มเอิบความพึงพอใจมันเป็นความยินดีตามวิสัยอยู่แล้วซึ่งจริงแล้วก็มีเพียงพอที่จะทำให้อาจารย์มีความสุขได้มากพอในแต่ละวัน
              แต่วันที่อาจารย์มีความสุขใจทั้งที่ลำบากกายมากที่สุดในรอบปีก็คือวันที่ลูกศิษย์ของอาจารย์มาครอบครูในแต่ละปี เพราะในวันนี้ของแต่ละปีนั้นอาจารย์ถือว่าอาจารย์ได้ชักชวนศิษย์มารับเอาสิ่งที่เป็นมงคล สิ่งที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันคุ้มตัวให้อยู่รอดปลอดภัยได้อย่างมั่นใจที่สุด เป็นวันที่อาจารย์เปิดจิตถ่ายเทเอาของมงคลที่สั่งสมมาตลอดปี สาดซัดออกไปให้ ใครที่มีจิตใจที่นิ่งสงบมากก็รับเอาไปมาก
 
    %A       0      ใครที่มีจิตสั่นไหวหรือจิตไม่แน่วแน่ ก็รับเอาไปน้อยหน่อยตามสภาพจิตในห้วงเวลานั้น อย่างไรก็ถือว่าอาจารย์ปล่อยไปให้ทั้งหมดก็แบ่งรับกันเอาเองตามสภาพจิตใจ 
                เท่านั้นยังไม่พอพระเกจิอาจารย์ที่เข้ามาร่วมในพิธียังสวดอัดเสริมพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณให้กับทุกคนที่เข้ามาร่วมในพิธี ก็ไปรักษากันเอาเอง ใครที่จิตมั่นรับไปมากก็รักษาเอาไว้ให้มั่นของคุณพระก็จะอยู่คู่กายไปเท่าที่จะรักษาได้ ส่วนใครที่รู้ว่าจิตตัวเองไม่นิ่ง แต่มีความมั่นใจในพุทธคุณๆนั้นๆก็จะปกปักรักษาตักตวงกันเอาไป เคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่าของอย่างนี้นั้นมันอยู่ที่ใจ ทำใจที่ศรัทธาให้มั่น ให้แน่วแน่อย่างเดียวก็เกินพอ 
              แม้แต่อาจารย์เองเป็นถึงครูบาอาจารย์มีลูกศิษย์ให้ความเคารพนับถือมากมายทั่งประเทศ ยังต้องสวดมนตร์ท่องบ่นภาวนาอยู่เป็นนิจ 
              บ่อยครั้งที่เฮียไพศาล (บก.นิตยสาร มงคลโสฬส) เห็นอาจารย์เดินจงกลมอยู่ในห้องคนเดียว มือกำสายสิญจน์บ้างกำพระเดินเป่าสวดอัดบริกรรมพระคาถา  เฮียแกเห็นอาจารย์บริกรรมก็ยืนยิ้ม คงนึกว่าอาจารย์เป็นอะไรไปแล้ว เดิน นั่งก็ท่องคาถา  แกก็ถามมาตรงๆ ว่าอาจารย์ทำอะไร.? 
               อาจารย์ก็ตอบไปว่าบริกรรมพระคาถา  เพราะบางครั้งใจมันแกว่งเหมือนกันนะ ลูกศิษย์ก็เดินทางมาหากันมากเพิ่มขึ้นทุกวัน เราเองจะมานั่งๆนอนๆอยู่ก็คงจะไม่ได้ ...</description>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=343</link>
			</item>
	<item>
		<title>_ประกาศ_</title>
		<description>

  เลขล๊อตเตอรี่ที่ลูกศิษย์ถามกันมามากเหลือเกินว่าอาจารย์หนู ทุกวันนี้ให้เลขเด็ดด้วยหรือเห็นมีวางจำหน่ายตามแผง ก็เลยให้ลูกศิษย์ไปหาเอามาดูปรากฏว่าเห็นแล้วก็งง.. เหมือนกัน เพราะในใบหวยนั้นมีรูปของหลวงปู่ทวดและรูปของอาจารย์พร้อมลายยันต์ของสำนักสักยันต์ที่อาจารย์จัดทำขึ้น  เห็นลูกศิษย์ที่อยู่ในวงการหวยบอกว่าบนแผงหนังสือ มีจำหน่ายในลักษณะอย่างนี้มาหลายงวดแล้ว
           ก็เลยต้องนำเอาเรื่องราวที่เกิดมีขึ้นมาบอกกล่าวให้ลูกศิษย์และประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ว่าอาจารย์ไม่เคยใบ้หวยล๊อตเตอรี่จำหน่ายตามแผงหนังสือ และไม่ใช่ธุระที่ อาจารย์จะต้องไปใบ้หวยเลขท้ายอย่างที่พวกเราหลายคนคงจะได้เห็นกันไปแล้ว
            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการกระทำของผู้ที่ฉวยโอกาสได้ช่อง เพราะเขาคิดว่าเวลานี้ชื่อเสียงของอาจารย์นั้นเอาไปขายได้ จึงอยากจะบอกพวกนายทุนหรือผู้ที่คิดค้าหา ประโยชน์ในลักษณะอย่างที่กล่าวมานี้หยุดการกระทำดังกล่าวเสีย เพราะพฤติกรรมอย่างนี้นั้นเป็นการหลอกลวงประชาชนผู้ที่ไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เขาเหล่านั้นหลงเชื่อไปหาซื้อมาเล่นหวยเลขท้ายกัน


                      เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะอย่างนี้นั้น อาจารย์คงจะไม่นิ่งดูดายและจะขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ ดูว่าใครเป็นผู้ที่จัดตีพิมพ์ใบโพยหวยนี้ และคงจะ ต้องนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมือง เหตุที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะมันทำให้หลายคนมองสำนักสักยันต์แห่งนี้ผิดไป ชื่อเสียงของอาจารย์นั้นคือสักยันต์ไม่ใช่ออกมาใบ้หวย เลขท้ายล๊อตเตอรี่ เรื่องนี้ยอมไม่ได้ ไม่นานเกินรอหากกลุ่มคนพวกที่กล่าวมานี้ยังไม่หยุดการกระทำดังกล่าวลูกศิษย์ก็คงจะได้เห็นอะไรคืบหน้าในเรื่องนี้แน่นอน
                    ก็เลยมาบอกกล่าวกันตรงนี้ให้ได้รับทราบกันเอาไว้ว่าอย่างไปหลงเชื่อ ส่วนคอลัมภ์ในนิตยสารมงคลโสฬสที่บอกเลขเด่นเลขดังนั้น อาจารย์อ๋อ ท่านมาช่วยคำนวณคิด เลขให้โดยไม่ได้หวังประโยชน์หรือคิดที่จะค้ากำไร เพราะเลขที่ท่านคำนวณออกมานั้นก็คิดเอากันเล่นๆ ว่าหากใครดวงดีมีโชคมีลาภก็อาจจะได้เงินทองไปใช้เล่นบ้าง แต่ไม่ได้ให้คิดว่าจะต้องไปแทงหวยเลขท้ายกันเอาจริงจังอะไร เพราะของอย่างนี้มันเป็นของเล่นชื่อเขาก็บอกอยู่โทนโท่แล้วว่า(เล่นหวยรวยเบอร์) มันไม่ใช่ของจริงและหากใครที่คิดว่าจะ เล่นแทงหวยเลขท้ายเพื่อที่จะหวังรวยเอาจริงๆ อาจารย์บอกตรงนี้เลยว่าคิดผิดนะ อย่าไปคิดเอาของเล่นมาเป็นของจริง ของจริงคือชีวิตที่เราต้องทำเป็นกิจวัตรต้องประพฤติทุกวัน จะคิดอ่านทำอย่างไรให้อยู่รอดได้ในสังคมนี้ ตรงนี้ต่างหากของจริงก็อยากจะบอกให้พวกลูกศิษย์และประชาชนทั่วไปได้รับทราบเท่านี้แหละ
            จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน </description>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=342</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขอเชิญสั่งจอง-บูชา</title>
		<description>ขอเชิญสั่งจอง-บูชา เหรียญแห่งคุณค่าหลวงปู่ทวด รุ่น 1  โหลดใบสั่งจอง

 </description>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=341</link>
			</item>
	<item>
		<title>พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส</title>
		<description>

� </description>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=340</link>
			</item>
	<item>
		<title>เหรียญปลอม</title>
		<description>             เหรียญที่เห็นในภาพตัวอย่างที่นำมาให้ดูกันนี้เป็นเหรียญปลอมที่ แจกจำหน่ายมาพร้อมกับแผ่น วี ซี ดี ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ห้าแถว” ด้านหน้าทำเลียนแบบยันต์ห้าแถว ส่วนด้านหลังเป็นรูปหนุมานครองเมือง อาจารย์หนู กันภัย ไม่เคยสร้างรุ่นนี้ขึ้นมา หากใครที่มีไว้ก็ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นของแท้หรือเป็นของทำเทียมขึ้นมา 
 
               เหตุที่หยิบมานำเสนอเพราะมีลูกศิษย์ อ.หนู สอบถามเหรียญนี้กันมามากจริงๆ จึงต้องนำเอามาบอกกล่าวกันให้ได้รับทราบชัดๆ คือจะได้ไม่ต้องมาถามกันต่อเพราะ อ.หนูไม่ได้สร้างรุ่นที่เห็นในภาพนี้ ฟันธงแบบไม่ต้องสงสัยเลยครับ “เหรียญปลอม” 
                 ส่วนใครจะส่งเหรียญคืนหรือไปเอาเงินคืนหรือไปคิดบัญชีกันอย่างไรก็สุดแท้แต่... </description>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=339</link>
			</item>
	<item>
		<title>จับเข่าคุย-อาจารย์จะหนุนดวงด้วยบุญฤทธิ์ให้กับศิษย์ทุกคนในพิธีไหว้ครูปีนี้</title>
		<description>           

 


 

ทุกวันนี้ มีลูกศิษย์หน้าใหม่ๆ เดินทางเข้ามาสำนักฯ ของอาจารย์กันไม่ขาดสายทุกวัน เพื่อมาเอาของดีกลับบ้าน อาจารย์ก็แนะให้อย่างเดียวคือยันต์ห้าแถวหนุนดวง สักไปให้ไว้ป้องกันตัว ให้แคล้วคลาดจากภยันอันตรายที่คาดไม่ถึงที่จะเกิดมีขึ้น ให้เป็นที่รักที่สงสารกับผู้หลักผู้ใหญ่และมีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม ให้มั่งมีศรีสุขมีโชคมีลาภตามสมควรจะได้ไม่จนกว่าคนอื่นเขา
 
                   ทุกวันที่สักให้เป่าให้ก็ปรารถนาอยู่เท่านี้ เพราะอาจารย์ทราบดีว่าทุกคนที่มาล้วนแต่ต้องการสิ่งที่กล่าวมานี้เหมือนกันหมดทุกคน ไม่ว่าลูกศิษย์ที่มาที่สำนักฯ นั้นจะเป็นคนรวยหรือคนหาเช้ากินค่ำหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชั้นผู้น้อย
                   เหตุเพราะมนุษย์ทุกผู้ทุกนามมีกรรมที่ติดมาแต่กำเนิดเป็นของตนเองดังคำที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า.. กรรมโยนิ..คนเรามีกรรมเป็นกำเนิด..กรรมพันธุ..คนเรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์..กรรมทายาโท..คนเรามีกรรมเป็นทายาท และสุดท้าย กรรมปฏิสรโณ..คนเรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมทั้งสี่นี้นั้นพวกเรามนุษย์ปุถุชนธรรมดา ผู้อาศัยอยู่ใน อาสวกิเลส หมายถึงกิเลสที่หมักหมม นอนเนื่องทับถมอยู่ในจิต ชุบย้อมจิตให้เศร้าหมองให้ขุ่นมัวอยู่เสมอ มี ๔ อย่าง(4 ประการ )คือ กาม ได้แก่ ความติดใจรักใคร่อยู่ในกามคุณ  ภพ ได้แก่ ความติดอยู่ในภพ ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ ทิฐิ ได้แก่ ความเห็นผิด ความหัวดื้อหัวรั้น อวิชชา ได้แก่ ความไม่รู้จริง ความลุ่มหลงมัวเมา 

                 ที่อาจารย์เกริ่นนำบอกตรงจุดนี้ให้รู้กันก่อนก็เพื่อจะได้รู้ว่าที่พวกเราทุกคนเกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์และดำเนินชีวิตอยู่นั้นมันมีการอุบัติและเป็นไปตาม ยถา (ความเป็นไปฉันใดอย่างไร) 
                  หากลูกศิษย์ที่ไม่ได้ศึกษาในเรื่องของธรรมะเรื่องของคำสอนของพระพุทธองค์ ...</description>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=338</link>
			</item>
	<item>
		<title>ประสบการณ์จากเรื่องจริง-เกิดเหตุอัศจรรย์ในงานพิธีไหว้ครู</title>
		<description>

เรื่องราวที่เหนือธรรมชาติหรือที่เราเรียกว่าเรื่องที่ไม่สามารถที่จะนำ เอามาพิสูจน์ได้ในเชิงวิทยาศาสตร์และไม่สามารถที่จะชี้ชัดลงไป ได้ว่าเพราะเหตุใดหรือไม่อย่างไรมีปรากฏให้เห็นได้เป็นระยะตลอดเวลา
 




แต่กลายเป็นเรื่องของความเชื่อที่พวกเราชาวพุทธและคนทั่วโลก ทุกชาติทุกศาสนานั้นต่างรู้จักและมีปรากฏให้เห็น
ฉบับนี้ผมจะหยิบยกนำเอาเรื่องราวที่ได้เกิดขึ้นจริงในงานพิธีวันไหว้ ครูมาเล่าสู่กันฟังและผมเชื่อว่าลูกศิษย์ที่มาร่วมในงานพิธีไหว้ครูที่ผ่านมา คงจะจำกันได้
ในงานพิธีไหว้ครูปี พ.ศ.2549 ซึ่งเป็นปีแรกที่อาจารย์หนู กันภัย ได้ ย้ายสำนักฯ จากสำนักฯ เก่าที่อยู่ในหลังวัดตลาดเหนือมาอยู่ในหมู่บ้าน พูลศรี งานพิธีในปีนั้นฝนฟ้าดูเหมือนจะไม่เป็นใจตั้งแต่เริ่มงานพิธีเมฆฝนดำ ทมึนปกคลุมท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้างและมีท่าทีว่าจะตกในเวลานั้น แต่ก็ ไม่ตกเสียงสายลมที่พัดโหมกระพือมีมาเป็นระยะตลอดเวลา



แต่ลูกศิษย์ของอ.หนูที่มาร่วมในงานพิธี ก็ไม่ได้หวั่นไหวทุกคน ต่างเฝ้ารอในงานพิธีจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 5 ชั่วโมง เมื่อสิ้นพระเกจิฯ สวดพระชัยมงคลคาถาพร้อมกับสัพพี ในขณะนั้น ลมฝนเริ่มกระโชกแรง และถี่ขึ้นตามลำดับศิษย์ทุกคนโล่งอกเมื่อเสียงสวดมนต์ของพระเกจิฯ สิ้นสุดลง ต่างคนต่างมองขึ้นไปที่บนท้องฟ้าที่มืดดำ
เวลานั้นพระเกจิฯ ที่อาจารย์หนู นิมนต์มาได้เดินมาทางลูกศิษย์เพื่อ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ พระเกจิฯ ต่างทยอยกันเดินลงจากสำนักฯ เพื่อเดิน ทางกลับวัดหลังจากที่กิจของสงฆ์เสร็จสิ้นลง
ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในเวลานั้นคงจะจำกันได้ว่าทันทีที่พระสงฆ์ ก้าวเท้าขึ้นรถยนต์ที่จอดรอรับอยู่หน้าสำนักฯ ฝนฟ้าที่อึมครึมที่รอท่าอยู่ ตั้งแต่เมื่อเย็น ได้ตกกระหน่ำลงมาอย่างชนิดที่เรียกว่าไม่ลืมหูลืมตา
ลูกศิษย์ที่ร่วมงานพิธีอยู่ในคืนนั้นตามการคาดเดาน่าจะมีจำนวนกว่า 700 ท่าน ต่างกรูกันเข้ามาภายในสำนักฯ หน้าห้องสำนักงาน นิตยสารมงคล โสฬสที่มีที่หลบฝนเพียงไม่ถึง 40 ตารางเมตร ทุกคนต่างเบียดเสียดยัดเยียด กันเข้ามาเพื่อหลบฝนที่ตกลงมาอย่างหนักกว่าชั่วโมง ...</description>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=337</link>
			</item>
</channel>
</rss>
