<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>สำนักสักยันต์อาจารย์หนู กันภัย</title>
	<atom:link href="http://www.mongkolsoros.com?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu</link>
	<description>อาจารย์หนู กันภัย</description>
	<pubDate>Wed, 25 Nov 2009 03:53:52 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>พิธีปลุกเสกคนหนุนดวงบุญฤทธิ์</title>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=348</link>
		<comments>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=348#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Nov 2009 03:47:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=348</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.mongkolsoros.com/images/arjannoo.jpg" alt="" width="795" height="448" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?feed=rss2&amp;p=348</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แผนที่เส้นทางสำนักสักยันต์ อ.หนู กันภัย</title>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=347</link>
		<comments>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=347#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2009 04:28:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=347</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.mongkolsoros.com/images/Map-coller.jpg" alt="" width="614" height="401" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?feed=rss2&amp;p=347</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>พ๊อกเก็ตบุ๊ค(Pocket Book) “หมื่นยันต์”</title>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=344</link>
		<comments>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=344#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Jul 2009 07:51:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=344</guid>
		<description><![CDATA[วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ตามห้างสรรพสินค้า ร้าน SE-ED Book (ซีเอ็ดบุ๊ค) -  ร้านดอกหญ้า – ร้านนายอินทร์ – แพร่พิทยา - บุ๊คสโตร์(BookStore) - Book Smile ใน 7-ELEVEN  และแผงหนังสือ ชั้นนำทั่วประเทศในราคาเล่มละ 320 บาท
           แล้วก็ถึงวันที่ท่านผู้อ่านตั้งตาคอยมาถึงและพร้อมให้ท่านเป็นเจ้าของ พ๊อกเก็ตบุ๊ค(Pocket Book)
         เล่มที่สองของ อ.หนู กันภัย ที่ได้รวบรวมสาระอันทรงคุณค่า ควรคู่แก่การอ่านและเก็บรักษา สำหรับท่านที่สนใจ
         ที่จะศึกษาในเรื่องของอักขระและเลขยันต์ และไสยศาสตร์อันลี้ลับ�
           จาก”สัก เสก เลขยันต์” ที่ได้ตีพิมพ์ออกวางแผงเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549  และได้รับความสนใจ
      จากผู้อ่านทำให้จำหน่ายหมดไปในเวลาเพียง 10 เดือน  มาบัดนี้ มีความยินดีที่จะแนะนำ พ๊อกเก็ตบุ๊ค(Pocket Book)
เล่มที่สอง ของ อ.หนู กันภัย สมญานาม “หมื่นยันต์” ที่มีเนื้อหาสาระเข้มข้นกว่า สัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 20pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH"><strong><span style="font-size: 20pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ตามห้างสรรพสินค้า ร้าน </span></strong><strong><span style="font-size: 20pt; line-height: 115%; font-family: ">SE-ED Book <span lang="TH">(ซีเอ็ดบุ๊ค) - <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ร้านดอกหญ้า </span>–<span lang="TH"> </span></span></strong><strong><span style="font-size: 20pt; line-height: 115%; font-family: "><span lang="TH">ร้านนายอินทร์ </span>–<span lang="TH"> แพร่พิทยา - บุ๊คสโตร์</span>(BookStore)<span lang="TH"> -</span></span></strong><strong><span style="font-size: 20pt; line-height: 115%;" lang="TH"><span style="font-family: Calibri;"> </span></span></strong><strong><span style="font-size: 20pt; line-height: 115%; font-family: ">Book Smile <span lang="TH">ใน </span></span></strong></span><span style="font-size: 20pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH"><strong><span style="font-size: 20pt; line-height: 115%; font-family: "><span lang="TH">7-</span>ELE<img class="alignleft" style="float: left;" src="http://www.mongkolsoros.com/images/pockgetbook.jpg" alt="พ๊อกเก็ตบุค" width="299" height="314" />VEN <span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span lang="TH">และแผงหนังสือ ชั้นนำทั่วประเทศในราคาเล่มละ 320 บาท</span></span></strong></span></p>
<p>           แล้วก็ถึงวันที่ท่านผู้อ่านตั้งตาคอยมาถึงและพร้อมให้ท่านเป็นเจ้าของ พ๊อกเก็ตบุ๊ค(Pocket Book)<br />
         เล่มที่สองของ อ.หนู กันภัย ที่ได้รวบรวมสาระอันทรงคุณค่า ควรคู่แก่การอ่านและเก็บรักษา สำหรับท่านที่สนใจ<br />
         ที่จะศึกษาในเรื่องของอักขระและเลขยันต์ และไสยศาสตร์อันลี้ลับ�<br />
           จาก”สัก เสก เลขยันต์” ที่ได้ตีพิมพ์ออกวางแผงเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549  และได้รับความสนใจ<br />
      จากผู้อ่านทำให้จำหน่ายหมดไปในเวลาเพียง 10 เดือน  มาบัดนี้ มีความยินดีที่จะแนะนำ พ๊อกเก็ตบุ๊ค(Pocket Book)<br />
เล่มที่สอง ของ อ.หนู กันภัย สมญานาม “หมื่นยันต์” ที่มีเนื้อหาสาระเข้มข้นกว่า สัก เสก เลขยันต์ ภายในเล่ม<br />
ถูกแบ่งออกเป็น 5 แบบ(5 เวอร์ชั่น)  1.ศึกษาอักขระขอมโบราณ  2.เรื่องราวของ อ.หนูในหลากหลายรูปแบบ<br />
3.เป็นเรื่องราวอันหลากหลายของประสบการณ์ที่ลูกศิษย์ได้ผ่านพบมา 4.ภาพลายสักรวมถึงอักขระและเลขยันต์<br />
 สำหรับผู้ที่ชื่นชอบได้นำเอาไปเก็บรักษากว่า 100 ลาย%Bาพ 5.ภา8ภาษาอังกฤษเกือบ100 หน้าสำหรับลูกศิษย์ชาวต่างชาติ<br />
ได้อ่านศึกษาเพื่อทำความเข้าใจในการสักยันต์แบบโบราณ ภายในเล่มพิมพ์ระบบออฟเซต 4 สี กว่า 120 หน้า<br />
 ทั้งหมดมีความหนากว่า 450 หน้าเต็มอิ่มจุใจ รวมอยู่ในพ๊อกเก็ตบุ๊ค(Pocket Book)  ของ อ.หนู  กันภัยภายใต้ชื่อ “หมื่นยันต์”<br />
   �</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?feed=rss2&amp;p=344</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ชักตื้นติดกึก  ชักลึกติดกัก</title>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=343</link>
		<comments>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=343#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2009 02:35:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=343</guid>
		<description><![CDATA[จับเข่าคุย
ชักตื้นติดกึก  ชักลึกติดกัก
           
จับเข่าคุย
ชักตื้นติดกึก  ชักลึกติดกัก
              ในรอบปีหนึ่งๆ มีน้อยวันที่อาจารย์จะดีใจได้ปลื้ม ส่วนใหญ่จะเป็นวันที่อาจารย์นั่งกรรมฐานแล้วรับรู้ได้ว่ามีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาในตัวเองคือสิ่งที่จิตนั้นสามารถที่จะสัมผัสได้ซึ่งก็มีไม่บ่อยนัก พูดไปอย่างนี้แล้วลูกศิษย์คงหลายคนที่ไม่เข้าใจ อาจารย์หมายถึงวันที่อาจารย์ได้ลุซึ่งกรรมฐานในแต่ละชั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่าย
              แต่ในแต่ละวันขณะที่นั่งสมาธินั้นความอิ่มเอิบความพึงพอใจมันเป็นความยินดีตามวิสัยอยู่แล้วซึ่งจริงแล้วก็มีเพียงพอที่จะทำให้อาจารย์มีความสุขได้มากพอในแต่ละวัน
              แต่วันที่อาจารย์มีความสุขใจทั้งที่ลำบากกายมากที่สุดในรอบปีก็คือวันที่ลูกศิษย์ของอาจารย์มาครอบครูในแต่ละปี เพราะในวันนี้ของแต่ละปีนั้นอาจารย์ถือว่าอาจารย์ได้ชักชวนศิษย์มารับเอาสิ่งที่เป็นมงคล สิ่งที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันคุ้มตัวให้อยู่รอดปลอดภัยได้อย่างมั่นใจที่สุด เป็นวันที่อาจารย์เปิดจิตถ่ายเทเอาของมงคลที่สั่งสมมาตลอดปี สาดซัดออกไปให้ ใครที่มีจิตใจที่นิ่งสงบมากก็รับเอาไปมาก
 
    %A       0      ใครที่มีจิตสั่นไหวหรือจิตไม่แน่วแน่ ก็รับเอาไปน้อยหน่อยตามสภาพจิตในห้วงเวลานั้น อย่างไรก็ถือว่าอาจารย์ปล่อยไปให้ทั้งหมดก็แบ่งรับกันเอาเองตามสภาพจิตใจ 
                เท่านั้นยังไม่พอพระเกจิอาจารย์ที่เข้ามาร่วมในพิธียังสวดอัดเสริมพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณให้กับทุกคนที่เข้ามาร่วมในพิธี ก็ไปรักษากันเอาเอง ใครที่จิตมั่นรับไปมากก็รักษาเอาไว้ให้มั่นของคุณพระก็จะอยู่คู่กายไปเท่าที่จะรักษาได้ ส่วนใครที่รู้ว่าจิตตัวเองไม่นิ่ง แต่มีความมั่นใจในพุทธคุณๆนั้นๆก็จะปกปักรักษาตักตวงกันเอาไป เคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่าของอย่างนี้นั้นมันอยู่ที่ใจ ทำใจที่ศรัทธาให้มั่น ให้แน่วแน่อย่างเดียวก็เกินพอ 
              แม้แต่อาจารย์เองเป็นถึงครูบาอาจารย์มีลูกศิษย์ให้ความเคารพนับถือมากมายทั่งประเทศ ยังต้องสวดมนตร์ท่องบ่นภาวนาอยู่เป็นนิจ 
              บ่อยครั้งที่เฮียไพศาล (บก.นิตยสาร มงคลโสฬส) เห็นอาจารย์เดินจงกลมอยู่ในห้องคนเดียว มือกำสายสิญจน์บ้างกำพระเดินเป่าสวดอัดบริกรรมพระคาถา  เฮียแกเห็นอาจารย์บริกรรมก็ยืนยิ้ม คงนึกว่าอาจารย์เป็นอะไรไปแล้ว เดิน นั่งก็ท่องคาถา  แกก็ถามมาตรงๆ ว่าอาจารย์ทำอะไร.? 
               อาจารย์ก็ตอบไปว่าบริกรรมพระคาถา  เพราะบางครั้งใจมันแกว่งเหมือนกันนะ ลูกศิษย์ก็เดินทางมาหากันมากเพิ่มขึ้นทุกวัน เราเองจะมานั่งๆนอนๆอยู่ก็คงจะไม่ได้ เดี๋ยวเคราะห์หามยามร้ายขึ้นมาลูกศิษย์ไปโดนอะไรมาเสียหายก็เสียใจตัวเอง เพราะอาจารย์ชอบคิดอย่างนั้น คอยแต่จะคิดเอาว่าตัวเองให้ของไปไม่ดีพอหรืออย่างไร.?
          ทำไมถึงเป็นอย่างนี้.! ก็เลยต้องคอยท่องสวดภาวนาอยู่ร่ำไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">จับเข่าคุย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-size: 20pt; font-family: " lang="TH">ชักตื้นติดกึก<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ชักลึกติดกัก</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">           </span><img class="alignleft" style="float: left;" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/hj.jpg" alt="" /></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">จับเข่าคุย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 20pt; font-family: " lang="TH">ชักตื้นติดกึก<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ชักลึกติดกัก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">              </span>ในรอบปีหนึ่งๆ มีน้อยวันที่อาจารย์จะดีใจได้ปลื้ม ส่วนใหญ่จะเป็นวันที่อาจารย์นั่งกรรมฐานแล้วรับรู้ได้ว่ามีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาในตัวเองคือสิ่งที่จิตนั้นสามารถที่จะสัมผัสได้ซึ่งก็มีไม่บ่อยนัก พูดไปอย่างนี้แล้วลูกศิษย์คงหลายคนที่ไม่เข้าใจ อาจารย์หมายถึงวันที่อาจารย์ได้ลุซึ่งกรรมฐานในแต่ละชั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่าย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">              </span>แต่ในแต่ละวันขณะที่นั่งสมาธินั้นความอิ่มเอิบความพึงพอใจมันเป็นความยินดีตามวิสัยอยู่แล้วซึ่งจริงแล้วก็มีเพียงพอที่จะทำให้อาจารย์มีความสุขได้มากพอในแต่ละวัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">              </span>แต่วันที่อาจารย์มีความสุขใจทั้งที่ลำบากกายมากที่สุดในรอบปีก็คือวันที่ลูกศิษย์ของอาจารย์มาครอบครูในแต่ละปี เพราะในวันนี้ของแต่ละปีนั้นอาจารย์ถือว่าอาจารย์ได้ชักชวนศิษย์มารับเอาสิ่งที่เป็นมงคล สิ่งที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันคุ้มตัวให้อยู่รอดปลอดภัยได้อย่างมั่นใจที่สุด เป็นวันที่อาจารย์เปิดจิตถ่ายเทเอาของมงคลที่สั่งสมมาตลอดปี สาดซัดออกไปให้ ใครที่มีจิตใจที่นิ่งสงบมากก็รับเอาไปมาก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span id="more-343"></span> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">    %A       0      </span>ใครที่มีจิตสั่นไหวหรือจิตไม่แน่วแน่ ก็รับเอาไปน้อยหน่อยตามสภาพจิตในห้วงเวลานั้น อย่างไรก็ถือว่าอาจารย์ปล่อยไปให้ทั้งหมดก็แบ่งรับกันเอาเองตามสภาพจิตใจ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">                </span>เท่านั้นยังไม่พอพระเกจิอาจารย์ที่เข้ามาร่วมในพิธียังสวดอัดเสริมพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณให้กับทุกคนที่เข้ามาร่วมในพิธี ก็ไปรักษากันเอาเอง ใครที่จิตมั่นรับไปมากก็รักษาเอาไว้ให้มั่นของคุณพระก็จะอยู่คู่กายไปเท่าที่จะรักษาได้ ส่วนใครที่รู้ว่าจิตตัวเองไม่นิ่ง แต่มีความมั่นใจในพุทธคุณๆนั้นๆก็จะปกปักรักษาตักตวงกันเอาไป เคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่าของอย่างนี้นั้นมันอยู่ที่ใจ ทำใจที่ศรัทธาให้มั่น ให้แน่วแน่อย่างเดียวก็เกินพอ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">              </span>แม้แต่อาจารย์เองเป็นถึงครูบาอาจารย์มีลูกศิษย์ให้ความเคารพนับถือมากมายทั่งประเทศ ยังต้องสวดมนตร์ท่องบ่นภาวนาอยู่เป็นนิจ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">              </span>บ่อยครั้งที่เฮียไพศาล (บก.นิตยสาร มงคลโสฬส) เห็นอาจารย์เดินจงกลมอยู่ในห้องคนเดียว มือกำสายสิญจน์บ้างกำพระเดินเป่าสวดอัดบริกรรมพระคาถา <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>เฮียแกเห็นอาจารย์บริกรรมก็ยืนยิ้ม คงนึกว่าอาจารย์เป็นอะไรไปแล้ว เดิน นั่งก็ท่องคาถา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แกก็ถามมาตรงๆ ว่าอาจารย์ทำอะไร.</span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">?<span lang="TH"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">              </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>อาจารย์ก็ตอบไปว่าบริกรรมพระคาถา <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>เพราะบางครั้งใจมันแกว่งเหมือนกันนะ ลูกศิษย์ก็เดินทางมาหากันมากเพิ่มขึ้นทุกวัน เราเองจะมานั่งๆนอนๆอยู่ก็คงจะไม่ได้ เดี๋ยวเคราะห์หามยามร้ายขึ้นมาลูกศิษย์ไปโดนอะไรมาเสียหายก็เสียใจตัวเอง เพราะอาจารย์ชอบคิดอย่างนั้น คอยแต่จะคิดเอาว่าตัวเองให้ของไปไม่ดีพอหรืออย่างไร.</span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">?</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">         </span><span lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ทำไมถึงเป็นอย่างนี้.</span>!<span lang="TH"> ก็เลยต้องคอยท่องสวดภาวนาอยู่ร่ำไป เหมือนมีกรรมเหมือนกัน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">              </span>เคยถามจิตตัวเองเหมือนกันว่าความสุขจริงแล้วทุกวันนี้มันอยู่ที่ตรงไหน จะไปไหนมาไหนเหมือนอย่างชาวบ้านชาวเมืองเขาก็ไม่ได้เพราะไม่ค่อยที่จะมีเวลา ต้องมาคอยรับลูกศิษย์ที่เดือดร้อนมาหา </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span>บางทีก็รู้ทันนะว่าจริงแล้วตัวเองต้องการอย่างนี้ ต้องการที่จะดูแลลูกศิษย์ พอลูกศิษย์เดินทางมาหาแล้วบอกว่ามาหาอาจารย์แล้วกลับไปโชคดีอย่างนั้นโชคดีอย่างนี้ กลับไปถูกหวยรวยเบอร์มา ก็พลอยดีใจไปกับเขา ที่ทำให้เขามีความสุข ทำให้ครอบครัวของเขาอยู่ดีกินอร่อยกัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                   </span>แต่ในความสุขก็แฝงไปด้วยความทุกข์ใจ ที่ว่าทุกข์ใจเพราะไม่ได้อย่างใจที่ตั้งเอาไว้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">            </span><span lang="TH">สำนักสักยันต์ของ อาจารย์ ทุกวันนี้นับว่าสังคมโดยรวมยอมรับได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งหากจะเปรียบเทียบย้อนหลังไปราว </span>20<span lang="TH"> ปี นั้นกล่าวได้อย่างเต็มปากไม่คลุมเครือ เพราะที่ผ่านมาอาจารย์ได้สร้างชื่อเสียงให้ประจักษ์กับสายตา ประจักษ์กับสาธารณชนแล้วว่ามีเจตนาในทางสร้างสรรค์สังคมในทางจรรโลงคุณธรรมให้มีในจิตใจ ไม่ได้ปลูกฝังในอวิชชา หรือให้มีความเป็นไปในทางที่เสื่อมเสีย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">              </span><span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ถือเป็นแนวทางเป็นตัวอย่างอันควรต่อพระพุทธศาสนาและต่อสังคม ที่สำนักสักยันต์แห่งนี้ได้กระทำอย่างต่อเนื่องและมีความชัดเจนในรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                </span>เป็นการย่างก้าวพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมีแบบแผน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                </span>แต่ด้วยการที่สำนักสักยันต์แห่งนี้เจริญรุดหน้าไปด้วยความรวดเร็วจนกระทั่ง อาจารย์ต้องหาบุคคลากรคือครูสักที่พอจะฝึกฝนและไว้วางใจได้มาช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ในการสักยันต์ให้กับลูกศิษย์ที่เดินทางเข้ามาสักยันต์ในแต่ละวัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                </span>ครูสักที่ถูกอาจารย์ฝึกฝนขึ้นมานั่งสักยันต์บนสำนักฯ ทั้งหมดเป็นคนที่อาจารย์ได้เลือกเฟ้นให้มารับหน้าที่ในการสักยันต์บนสำนักฯ เพื่อแบ่งเบาภาระ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span>ครูสักบนสำนักสักยันต์ของอาจารย์จึงมีบทบาทที่สำคัญต่อลูกศิษย์มากเพราะถือว่าได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกศิษย์เกือบตลอดเวลา ทำให้เกิดความสนิทสนมกลมเกลียวกันและมีความมั่นใจในกันและกันมากซึ่งถือเป็นสิ่งที่อาจารย์ท่านต้องการให้เป็น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">           </span><span lang="TH">แต่เมื่อมีการคลุกคลีตีโมงกัน ปัญหาที่ติดตามมาย่อมมีเกิดขึ้นให้เห็นไม่มากก็น้อยเป็นเรื่องปกติ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span>เพราะหลายครั้งที่แม้ตัวเราเองก็ยังไม่สามารถที่จะตามจิตใจที่ฮึกเหิมได้ทัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>เมื่อมีความสนิทสนมจากวันเป็นอาทิตย์จากอาทิตย์เป็นเดือน ครูสักที่ว่ามีบทบาทสำคัญหลายท่านมีการติดต่อมีการสื่อสารขอเบอร์โทรศัพท์จากลูกศิษย์ ซึ่งลูกศิษย์ก็ให้ไปด้วยเห็นว่าเป็นครูสักบนสำนักฯ เพื่อที่จะได้เจรจานัดแนะกันเข้ามาสักยันต์บ้าง เพื่อเจรจาหยอกล้อกันบ้างตามประสา คนที่เริ่มจะคุ้นเคยที่ชอบพอกัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">        </span><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span style="mso-spacerun: yes;">   </span>จากสนิทสนมกลายเป็นความคลุกคลี และส่อแวว ว่าเริ่มมีข้อครหา เริ่มที่จะมีความไม่ปกติขึ้น มีเสียงกร่นตามสายเข้ามาถึงอาจารย์บ้าง อาจารย์ทวงถามไปด้วยตัวเองบ้าง ก็พอจะทราบเป็นเลาๆในทำนองว่าครูสักบนสำนักฯ บางท่านประพฤติตัวไม่เหมาะสม ด้วยวาจาที่กระด้างกระเดื่องก็ดี ด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควรก็ดี</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">      </span><span style="mso-spacerun: yes;">        </span>ทันทีที่ทราบข่าวในแต่ละครั้งอาจารย์จะทวงถามในทันทีไม่ว่าในเวลานั้นจะเป็นเวลาใด จะมีลูกศิษย์ที่เข้ามารอสักยันต์อยู่มากหรือน้อยเพียงใดก็ตาม เมื่ออาจารย์ทวงถามข้อมูลที่เป็นเพียงข้อกล่าวหาในคราวแรกกลายเป็นข้อมูลจริงตามที่ถูกกล่าวอ้างและผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นยอมรับผิดในสิ่งที่ได้กระทำ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ก็จะมีการว่ากล่าวตักเตือนกันไปตามท้องเรื่องและสมควรที่จะต้องให้โอกาสที่จะแก้ตัวใหม่</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">      </span><span style="mso-spacerun: yes;">   </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span lang="TH">ไม่อยากจะกล่าวโทษ แต่มองในแง่ยกประโยชน์ให้ เพราะรู้ว่าทุกคนมีเจตนาที่ดี เพียงแต่เวลานั้นความอยากได้ใคร่มี ที่ฝังอยู่ในจิตที่ยังไม่สามารถขจัดออกไปให้หมดจากใจอาจจะเข้ามาครอบงำไปชั่วขณะ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span><span style="mso-spacerun: yes;">   </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span style="mso-spacerun: yes;">   </span>มีภาษิตโบราณที่ฟังดูอึดอัด มีท่าทีว่าจะก่อความเสียหายรุนแรงยากที่จะแก้ไขว่า</span><span style="font-size: 16pt; font-family: "> “<span lang="TH">ชักตื้น ติดกึก ชักลึก ติดกัก</span>”<span lang="TH"> <span class="postbody1"><span style="mso-bidi-font-size: 16.0pt; mso-ansi-font-size: 16.0pt;">หมายความว่า (จะเดินหน้าก็ไม่ได้ ถ้าถอยหลังก็ลำบาก</span></span>) ที่ว่าได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ในบางคราวก็เพิ่มความกังวลให้ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span>แต่เรื่องราวในลักษณะอย่างที่ผ่านมานี้มันผิดพลาดกันได้ <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นจะต้องแก้ไข จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่สมควรที่ผ่านมาให้ได้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">             </span><span lang="TH">เป็นเพียงแต่ว่ายังไม่สามารถที่จะประพฤติตัววางตัวของตัวเองให้อยู่ในที่อันเหมาะอันควรให้ถูกแก่กรณี</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>อาจารย์ชอบเฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงของคนใกล้ตัวในทางที่ดีขึ้น ชอบที่จะช่วยเหลือและให้โอกาสทุกคนตามสมควร</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span style="mso-spacerun: yes;">                </span>ครั้นจะใช้คำสั่งที่เด็ดขาดลงไป ก็จะกลายเป็นว่า</span><span style="font-size: 16pt; font-family: "> “<span lang="TH">ตัดช่องน้อยแต่พอตัว</span>”<span lang="TH"> แต่สิ่งที่ไม่สมควรสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นบนสำนักฯนั้นเป็นเรื่องของระบบการจัดการที่อาจารย์ไม่เคยปล่อยปะละเลย ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่น้อยนิดเพียงใดก็ตาม</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">             </span><span lang="TH">เพราะหากอาจารย์ไม่แก้ไข ปล่อยวางทำเป็นมองไม่เห็นแล้วปล่อยให้มันผ่านไป วันหนึ่งข้างหน้าอาจจะเป็นเรื่องที่ลุกลามใหญ่โตและสร้างความเดือดร้อนเสียหายขึ้นมาได้ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                    </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>แต่ครั้นจะปล่อยให้การกระทำดังที่กล่าวนั้นผ่านเลยไปเฉยก็ไม่ได้เช่นกัน ศิษย์ของอาจารย์ทุกคนก็ควรที่จะคิดอย่างนี้เช่นกัน.</span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">!</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">   </span><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span><span lang="TH">เรื่องพูดคุยกันที่ดินฝั่งตรงข้ามวัดแม่ตะไคร้ฯซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของหลวงปู่ทวดปางประทับยืน ทั้งสองแปลงที่ค้างคาใจอาจารย์มานานหลายเดือน เมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็เรียบร้อยไปแล้ว อาจารย์ได้จ่ายเงินไป รวมทั้งหมดทั้งค่าโอนด้วย </span>1<span lang="TH">,</span>900<span lang="TH">,</span>000 <span lang="TH">บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนบาท) โอนให้พระพุทธศาสนา โดยมี พระใบฏีกาเทียนชัย สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ฯ ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฏหมาย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เป็นผู้รับมอบไปแล้ว ลูกศิษย์ลูกหาคนไหนที่รู้ตัวว่ามีส่วนร่วมในการซื้อที่ดินถวายวัดในครั้งนี้อาจารย์ก็ขออนุโมทนาบุญในที่ดินของธรณีสงฆ์ด้วย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                      </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>และเมื่อกลางเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา ทางวัดก็ได้ทำการตอกเสาเข็มส่วนฐานของสถานที่ก่อสร้างองค์หลวงปู่ทวดไปเรียบร้อยแล้ว</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">            </span><span style="mso-spacerun: yes;">       </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>พระใบฏีกาเทียนชัย ท่านได้ให้ บริษัทฟรีแลนด์สตูดิโอ ตั้งอยู่ที่</span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">103<span lang="TH">/</span>36A <span lang="TH">ซอย</span>9<span lang="TH"> ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่โดยมี นาย วรวุฒิ พจนเสนี <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>เป็นผู้เขียนแบบก่อสร้างและเซ็นต์สัญญาว่าจ้าง รวมถึงมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลการก่อสร้างโครงสร้างส่วนฐานจนกว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดขององค์หลวงปู่ โดยตั้งงบประมาณการก่อสร้างไว้ประมาณ </span>35<span lang="TH">,</span>000<span lang="TH">,</span>000 <span lang="TH">บาท (สามสิบห้าล้านบาท) โดยคิดค่าเขียนแบบและควบคุมดูแลเป็นเงิน </span>350<span lang="TH">,</span>000<span lang="TH"> บาท(สามแสนห้าหมื่นบาท)หรือ </span>10%<span lang="TH"> ของค่าก่อสร้างในครั้งนี้ ก็เลยต้องนำเอาเรื่องการก่อสร้างหลวงปู่ทวดมาบอกกล่าวกันให้ได้รับรู้เอาไว้</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">                     </span><span lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ทีนี้ก็มาพูดถึงเรื่องเหรียญหลวงปู่ทวดกันต่อ เหรียญหลวงปู่ทวดปางประทับยืน วัดแม่ตะไคร้ฯ หลังยันต์ห้าแถวหนุนดวง ที่อาจารย์แจกไปให้กับลูกศิษย์ในงานพิธีครอบครูนั้น <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>อาจารย์ได้ให้ นาย มนต์ชัย พูลประชา(ช่างชัย) เป็นคนปั้มเหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นนี้ให้</span><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span lang="TH">ไหนๆก็กล่าวถึงแล้วก็ขอพูดต่อไปอีกนิดหนึ่ง ช่างชัยคนนี้อาจารย์เรียกใช้มานานหลายปีดีดักแล้ว และส่วนใหญ่เหรียญปั้มของสำนักฯ รุ่นต่างๆ ก็ได้อาศัยช่างชัยคนนี้แหละเป็นคนปั้มเหรียญให้ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                   </span>และเหตุที่เรียกใช้ช่างชัยเพราะรู้ใจกันแล้ว สำนักฯ มีอะไรก็เรียกใช้เงินทองไม่มีหรือหาไม่ทันก็ติดค้างกันเอาไว้ก่อน มีเงินเมื่อไหร่ก็ค่อยเรียกมารับเอาไป<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เป็นคนที่นิสัยใจคอเอื้อเฟื้อ ไว้ใจได้ดีคนหนึ่ง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>และด้วยความที่ว่ารู้ใจกันเรื่องของราคาเหรียญที่ปั้มมาให้สำนักฯ จะถูกมากกว่าที่อื่นมาก ตรงนี้แหละที่อาจารย์พอใจมาก เพราะช่างชัยรู้ดีว่าเหรียญรุ่นต่างๆ ที่ปั้มขึ้นมาจำหน่ายนั้น ส่วนใหญ่แล้วอาจารย์จะนำเอาไปแจกให้กับลูกศิษย์และเวลาออกงานบุญ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span>ก็เพราะนิสัยของอาจารย์ก็ต่างรู้กันอยู่ว่าเวลาไปไหนมาไหนหรือออกงานอาจารย์จะเตรียมเอาวัตถุมงคลที่ทำขึ้นพกติดตัวไปด้วยเสมอ เพื่อนำเอาไปแจกให้ไปใช้กัน ส่วนที่จำหน่ายให้บูชาก็ว่ากันไปอีกเรื่องหนึ่ง คือที่จำหน่ายให้บูชาก็จำหน่ายกันไป ส่วนที่แจกก็แจกกันไป อาจารย์ไม่เคยหวงเรื่องพวกนี้ สิ่งไหนที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่สามารถให้ได้ก็ให้ไป ไม่เคยคิดมาก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                </span>คิดเอาเพียงว่าที่เขาอยากได้กันเพราะเขาศรัทธา ให้ผู้ที่ศรัทธาเขาก็เอาไปใช้ ใช้แล้วดีใช้แล้วเห็นผลเขายิ่งศรัทธา ผู้ที่ได้รับวัตถุมงคลไปแล้วก็ขอให้ลูกศิษย์ที่ได้ไปเก็บรักษาเอาไว้ให้ดี </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span>เหรียญหลวงปู่ทวดปางประทับยืนรุ่นนี้ อาจารย์ทำขึ้นมา </span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">5<span lang="TH">,</span>000<span lang="TH"> (ห้าพัน) เหรียญเท่านั้น เป็นเหรียญทองแดงลมดำ และเนื้อนวโลหะออกมา </span>15<span lang="TH">(สิบห้า) เหรียญ อยู่ที่เฮียไพศาล </span>10<span lang="TH">(สิบ) เหรียญ ส่วนที่เหลือจะเอาออกมาแจกให้กับครูสักและศิษย์ในสำนักฯ ไว้ใช้กันคนละเหรียญ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>เหรียญนี้อาจารย์ให้เฮียไพศาล(บรรณาธิการ นิตยสารมงคลโสฬส) เป็นคนออกแบบ เพราะมาระยะหลังๆ นี้ เฮียไพศาลแกออกแบบผ้ายันต์ออกแบบเหรียญเข้าตาอาจารย์ดี ที่ว่าเข้าตาคืออาจารย์ให้เฮียไปออกแบบมาโดยที่ไม่ต้องบอกว่าจะเอาแบบไหน แต่แกออกแบบมาได้เหมือนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>เหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นนี้อาจารย์ให้ชื่อว่า(เหรียญแจกวันไหว้ครู) อาจารย์ล้อมด้วย นะโม โพ ธิ สัตโต อา คัน ติ มา ยะ อิ ติ ภะ คะ วา (พระคาถาหัวใจหลวงปู่ทวด) แล้วตอกโค๊ดตัว </span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">“<span lang="TH">นะ</span>” <span lang="TH">และหมายเลข </span>“9”<span lang="TH"> ไว้ที่ด้านหน้าของเหรียญเพื่อป้องกันการปลอมแปลง</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ห้าแถวหนุนดวงของอาจารย์ ด้านบน อาจารย์เขียนเป็นอักษร</span><span style="font-size: 16pt; font-family: "> “<span lang="TH">ล้านนา</span>”<span lang="TH"> ว่า </span>“<span lang="TH">บุญฤทธิ์หนุนดวง</span>”<span lang="TH"> เพื่อที่จะสื่อความหมายให้รู้ว่าเหรียญรุ่นนี้สร้างขึ้นคราวเมื่อสร้าง สถานสักการะหลวงปู่ทวดให้กับชนชาวภาคเหนือ<span style="mso-spacerun: yes;">    </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span>ทุกวันนี้เวลาจะทำวัตถุมงคลอะไรออกไปสักชิ้นก็ต้องระวัง เพราะคนนอกที่ไม่หวังดีคอยจ้องจะก๊อบเลียนแบบ วัตถุมงคลของอาจารย์ในตลาดเวลานี้ของปลอมมันระบาดเต็มไปหมด บางครั้งอาจารย์ไม่เคยทำขึ้นมาให้บูชาเลยแต่ก็มีออกไปจำหน่ายปั้มกันออกมาหน้าตาเฉย เขียนบอกของอาจารย์หนู ส่วนใหญ่แล้วของปลอมที่วางจำหน่ายกันอาจารย์รู้จากปากลูกศิษย์มาบอกกันว่าซื้อมาจากที่นั่นที่นี่ ก็มาถามอาจารย์ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                    </span>วัตถุมงคลชิ้นไหนที่อาจารย์ทำพิธีปลุกเสกไปอาจารย์ก็จะบอกว่าใช่ ชิ้นไหนที่ไม่เคยทำก็จะบอกว่าไม่ใช่เป็นของปลอม ก็ไปว่ากันเอาเอง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>และหากจะให้ตัดปัญหาไปเลยก็มาเอาที่สำนักสักยันต์แน่นอนที่สุดมารับกันไปกับมือเลยจะดีกว่า ก็ไม่รู้จะพูดว่ากล่าวกันอย่างไรคนจ้องหาประโยชน์เอาชื่อเสียงของคนอื่นมาหากินเดี๋ยวนี้มันเกลื่อนไปหมดเลย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">         �C2�       %�     </span>พออาจารย์ทำรุ่นไหนออกไปดังก็มาจ้องปลอมกัน ไม่ได้กลัวบาปกรรมกันเลย ที่ว่าบาปกรรมเพราะอะไรรู้ไหม เพราะคนที่เขาเช่าไปบูชาเขาก็มั่นใจว่าเป็นของแท้เป็นของจริงมีพุทธคุณจริง ก็ไปไปพกติดตัวพอเกิดเรื่องราวขึ้นมากลับไม่ได้ช่วยปกป้องคุ้มครองเพราะของที่เอาไปนั้นมันไม่มีพุทธคุณอะไรที่จะไปช่วย </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span>คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ พอเห็นเข้าก็พลอยบอกกันปากต่อปากไปอีกว่าเห็นของอาจารย์ไปอยู่มีเรื่องที่นั่นที่นี่ แต่ไม่เห็นช่วยคุ้มครองป้องกัน มันก็เลยเสียไปกันหมด ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน ก็มันเป็นเสียแบบเนี้ย ก็มันเป็นของปลอมมันไม่มีอะไรก็เพียงแผ่นทองแดงกับแผ่นมิเนียมจะทำอย่างไรได้..</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span>พออาจารย์เขียนบอกกล่าวไปก็โทรกลับมาต่อว่า<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ขนาดวัดเองยังไม่วาย โทรมาด่าทอว่าหากไม่อยากให้ลอกเลียนแบบก็อย่างพิมพ์ออกมาซิ กลายเป็นว่าเราผิดอีกที่พิมพ์ออกประกาศมาให้รับทราบกัน อาจารย์ไปออกอากาศทางทีวี ก็บอกตามตรงว่ามีพวกไม่หวังดีจ้องจะก๊อบสักยันต์ไปสักเล่นกัน พอรายการนำเอาไปออกอากาศคนที่เอาไปก๊อบสักยันต์กันก็ทนฟังไม่ได้โทรมาต่อว่าให้เสียๆ หายๆ โทรมาบอกว่าเราผิดที่สักลายยันต์ออกไปเขาเห็นเขาก็ต้องก๊อบเพราะมีลูกค้าต้องการจะสักลายนี้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>เขาบอกว่าเขาทำธุรกิจ มีลูกค้ามาก็ต้องสัก ก็เลยถึงบางอ้อ.. ว่าเขาไม่ได้สักเพราะต้องการที่จะช่วยคน แต่สักเพราะต้องการเงินค่าสักเท่านั้น ก็ระวังกันเอาก็แล้วกัน ใครจะสักอะไรที่ไหน จะเช่าวัตถุมงคลอะไรก็ระวังเอาให้จงหนัก แต่หากไม่ต้องการเพลี่ยงพล้ำและต้องการของแท้ของจริงก็มาหาอาจารย์ที่สำนักสักยันต์ ก็บอกกันตรงๆได้เท่านี้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span>เออ..แล้วยังมีแบบนี้อีก..อย่างบางคนต้องการของอาจารย์ แต่ไม่ยอมมาบูชาที่สำนักฯ บอกว่าแพงบ้างหละ ไม่มีเวลามาบ้างหละ อ้างไปทั่ว พอโทรมาถามราคาบูชาแล้วก็วางสายไป แล้วไปเช่าบูชาที่อื่นที่ถูกกว่า บอกว่าที่สำนักฯ แพงกว่าข้างนอกๆ ถูกกว่าอย่างนี้เป็นต้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                </span>จะเอาของแท้แต่ไม่มาเอาที่สำนักฯ บอกว่าแพงแล้วไปบูชาข้างนอกบอกว่าถูกกว่า ฟังกันเอาก็แล้วกัน อาจารย์นั่งตัวเป็นๆ อยู่ที่สำนักฯ ไม่มาเอาไป ไปเอากับใครก็ไม่รู้ ไปเชื่อเขา พอใช้ไม่ได้ผลแล้วมาบอกว่าวัตถุมงคลของอาจารย์ไม่ดี มันเป็นธรรมไหม..ฟังแล้วก็งง..ไม่มีคำพูดที่จะพูดต่อ ก็ต้องเดินหนีเข้าห้องไปก็เท่านั้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">               </span>เรื่องของการสักยันต์ก็เหมือนกัน บอกแกมบ่นกันมาว่ามาสักที่สำนักฯ อาจารย์หนู ทุกวันนี้แพงอย่างนั้นแพงอย่างนี้ สักที่อื่นถูกกว่า ก็ไม่ได้ว่า เพราะนาๆจิตตัง แต่มาหาอาจารย์เอาลายสักมาให้อาจารย์เป่าอัดให้ มันใช่ไหม เคยถามใจตัวเองบ้างหรือเปล่าว่ามันถูกต้องไหมที่ทำอย่างนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคิดอะไรกันอยู่ในใจถึงได้คิดแล้วทำอย่างที่เห็น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">            </span>บางครั้งอาจารย์เห็นแล้วก็แกล้งถามเล่นๆ..บอกว่ารู้ไหมว่ายันต์ห้าแถวนี้เป็นของใคร.</span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">?</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">           </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>เขาบอกรู้ซิ.. ทำไมจะไม่รู้..ชื่อเสียงของอาจารย์ดังจะตายไป..ไปที่ไหนใครๆ ก็รู้จัก </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">            </span>กล่าวบอกอวดสรรพคุณยกยออาจารย์มายาวเหยียด เพราะจะให้อาจารย์เป่าลายสักให้ ..แต่ที่พูดมานี่นะไปสักยันต์ที่สำนักฯ อื่นมาเรียบร้อยแล้วนะ..นี่แหละมันเป็นอย่างนี้แหละ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>ก็บอกกันตรงนี้อีกครั้งหนึ่งว่าจะเช่าบูชาวัตถุมงคลของอาจารย์<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ยามนี้ต้องระวังให้มากเลย เพราะอาจารย์เองบอกตามตรงว่าหมดหนทางที่จะแก้ไขแล้ว มันระบาดเหมือนฝีดาดเต็มไปหมด ไม่ว่าเหรียญห้าแถวหนุนดวงหรือผ้ายันต์ห้าแถวหนุนดวง หากใครสงสัยโทรติดต่อมาสอบถามที่สำนักสักยันต์ หรือหากจะให้สบายใจว่าแท้แน่นอน ก็ต้องยอมสละเวลาเดินทางมาที่สำนักฯ ด้วยตนเองแล้วมาเช่าบูชากันเอาไปใช้ ถึงจะกล้ารับรองว่าของอาจารย์แท้ๆ </span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">100%<span lang="TH"> แน่นอน<span style="mso-spacerun: yes;">                  </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;"> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?feed=rss2&amp;p=343</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>_ประกาศ_</title>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=342</link>
		<comments>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=342#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Jun 2009 03:00:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=342</guid>
		<description><![CDATA[
  เลขล๊อตเตอรี่ที่ลูกศิษย์ถามกันมามากเหลือเกินว่าอาจารย์หนู ทุกวันนี้ให้เลขเด็ดด้วยหรือเห็นมีวางจำหน่ายตามแผง ก็เลยให้ลูกศิษย์ไปหาเอามาดูปรากฏว่าเห็นแล้วก็งง.. เหมือนกัน เพราะในใบหวยนั้นมีรูปของหลวงปู่ทวดและรูปของอาจารย์พร้อมลายยันต์ของสำนักสักยันต์ที่อาจารย์จัดทำขึ้น  เห็นลูกศิษย์ที่อยู่ในวงการหวยบอกว่าบนแผงหนังสือ มีจำหน่ายในลักษณะอย่างนี้มาหลายงวดแล้ว
           ก็เลยต้องนำเอาเรื่องราวที่เกิดมีขึ้นมาบอกกล่าวให้ลูกศิษย์และประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ว่าอาจารย์ไม่เคยใบ้หวยล๊อตเตอรี่จำหน่ายตามแผงหนังสือ และไม่ใช่ธุระที่ อาจารย์จะต้องไปใบ้หวยเลขท้ายอย่างที่พวกเราหลายคนคงจะได้เห็นกันไปแล้ว
            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการกระทำของผู้ที่ฉวยโอกาสได้ช่อง เพราะเขาคิดว่าเวลานี้ชื่อเสียงของอาจารย์นั้นเอาไปขายได้ จึงอยากจะบอกพวกนายทุนหรือผู้ที่คิดค้าหา ประโยชน์ในลักษณะอย่างที่กล่าวมานี้หยุดการกระทำดังกล่าวเสีย เพราะพฤติกรรมอย่างนี้นั้นเป็นการหลอกลวงประชาชนผู้ที่ไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เขาเหล่านั้นหลงเชื่อไปหาซื้อมาเล่นหวยเลขท้ายกัน

                      เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะอย่างนี้นั้น อาจารย์คงจะไม่นิ่งดูดายและจะขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ ดูว่าใครเป็นผู้ที่จัดตีพิมพ์ใบโพยหวยนี้ และคงจะ ต้องนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมือง เหตุที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะมันทำให้หลายคนมองสำนักสักยันต์แห่งนี้ผิดไป ชื่อเสียงของอาจารย์นั้นคือสักยันต์ไม่ใช่ออกมาใบ้หวย เลขท้ายล๊อตเตอรี่ เรื่องนี้ยอมไม่ได้ ไม่นานเกินรอหากกลุ่มคนพวกที่กล่าวมานี้ยังไม่หยุดการกระทำดังกล่าวลูกศิษย์ก็คงจะได้เห็นอะไรคืบหน้าในเรื่องนี้แน่นอน
                    ก็เลยมาบอกกล่าวกันตรงนี้ให้ได้รับทราบกันเอาไว้ว่าอย่างไปหลงเชื่อ ส่วนคอลัมภ์ในนิตยสารมงคลโสฬสที่บอกเลขเด่นเลขดังนั้น อาจารย์อ๋อ ท่านมาช่วยคำนวณคิด เลขให้โดยไม่ได้หวังประโยชน์หรือคิดที่จะค้ากำไร เพราะเลขที่ท่านคำนวณออกมานั้นก็คิดเอากันเล่นๆ ว่าหากใครดวงดีมีโชคมีลาภก็อาจจะได้เงินทองไปใช้เล่นบ้าง แต่ไม่ได้ให้คิดว่าจะต้องไปแทงหวยเลขท้ายกันเอาจริงจังอะไร เพราะของอย่างนี้มันเป็นของเล่นชื่อเขาก็บอกอยู่โทนโท่แล้วว่า(เล่นหวยรวยเบอร์) มันไม่ใช่ของจริงและหากใครที่คิดว่าจะ เล่นแทงหวยเลขท้ายเพื่อที่จะหวังรวยเอาจริงๆ อาจารย์บอกตรงนี้เลยว่าคิดผิดนะ อย่าไปคิดเอาของเล่นมาเป็นของจริง ของจริงคือชีวิตที่เราต้องทำเป็นกิจวัตรต้องประพฤติทุกวัน จะคิดอ่านทำอย่างไรให้อยู่รอดได้ในสังคมนี้ ตรงนี้ต่างหากของจริงก็อยากจะบอกให้พวกลูกศิษย์และประชาชนทั่วไปได้รับทราบเท่านี้แหละ
            จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone alignleft" style="float: left;" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/hoy.jpg" alt="อาจารย์หนู กันภัย" /></p>
<p>  เลขล๊อตเตอรี่ที่ลูกศิษย์ถามกันมามากเหลือเกินว่าอาจารย์หนู ทุกวันนี้ให้เลขเด็ดด้วยหรือเห็นมีวางจำหน่ายตามแผง ก็เลยให้ลูกศิษย์ไปหาเอามาดูปรากฏว่าเห็นแล้วก็งง.. เหมือนกัน เพราะในใบหวยนั้นมีรูปของหลวงปู่ทวดและรูปของอาจารย์พร้อมลายยันต์ของสำนักสักยันต์ที่อาจารย์จัดทำขึ้น  เห็นลูกศิษย์ที่อยู่ในวงการหวยบอกว่าบนแผงหนังสือ มีจำหน่ายในลักษณะอย่างนี้มาหลายงวดแล้ว<br />
           ก็เลยต้องนำเอาเรื่องราวที่เกิดมีขึ้นมาบอกกล่าวให้ลูกศิษย์และประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ว่าอาจารย์ไม่เคยใบ้หวยล๊อตเตอรี่จำหน่ายตามแผงหนังสือ และไม่ใช่ธุระที่ อาจารย์จะต้องไปใบ้หวยเลขท้ายอย่างที่พวกเราหลายคนคงจะได้เห็นกันไปแล้ว<br />
            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการกระทำของผู้ที่ฉวยโอกาสได้ช่อง เพราะเขาคิดว่าเวลานี้ชื่อเสียงของอาจารย์นั้นเอาไปขายได้ จึงอยากจะบอกพวกนายทุนหรือผู้ที่คิดค้าหา ประโยชน์ในลักษณะอย่างที่กล่าวมานี้หยุดการกระทำดังกล่าวเสีย เพราะพฤติกรรมอย่างนี้นั้นเป็นการหลอกลวงประชาชนผู้ที่ไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เขาเหล่านั้นหลงเชื่อไปหาซื้อมาเล่นหวยเลขท้ายกัน</p>
<p><span id="more-342"></span><br />
                      เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะอย่างนี้นั้น อาจารย์คงจะไม่นิ่งดูดายและจะขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ ดูว่าใครเป็นผู้ที่จัดตีพิมพ์ใบโพยหวยนี้ และคงจะ ต้องนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมือง เหตุที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะมันทำให้หลายคนมองสำนักสักยันต์แห่งนี้ผิดไป ชื่อเสียงของอาจารย์นั้นคือสักยันต์ไม่ใช่ออกมาใบ้หวย เลขท้ายล๊อตเตอรี่ เรื่องนี้ยอมไม่ได้ ไม่นานเกินรอหากกลุ่มคนพวกที่กล่าวมานี้ยังไม่หยุดการกระทำดังกล่าวลูกศิษย์ก็คงจะได้เห็นอะไรคืบหน้าในเรื่องนี้แน่นอน<br />
                    ก็เลยมาบอกกล่าวกันตรงนี้ให้ได้รับทราบกันเอาไว้ว่าอย่างไปหลงเชื่อ ส่วนคอลัมภ์ในนิตยสารมงคลโสฬสที่บอกเลขเด่นเลขดังนั้น อาจารย์อ๋อ ท่านมาช่วยคำนวณคิด เลขให้โดยไม่ได้หวังประโยชน์หรือคิดที่จะค้ากำไร เพราะเลขที่ท่านคำนวณออกมานั้นก็คิดเอากันเล่นๆ ว่าหากใครดวงดีมีโชคมีลาภก็อาจจะได้เงินทองไปใช้เล่นบ้าง แต่ไม่ได้ให้คิดว่าจะต้องไปแทงหวยเลขท้ายกันเอาจริงจังอะไร เพราะของอย่างนี้มันเป็นของเล่นชื่อเขาก็บอกอยู่โทนโท่แล้วว่า(เล่นหวยรวยเบอร์) มันไม่ใช่ของจริงและหากใครที่คิดว่าจะ เล่นแทงหวยเลขท้ายเพื่อที่จะหวังรวยเอาจริงๆ อาจารย์บอกตรงนี้เลยว่าคิดผิดนะ อย่าไปคิดเอาของเล่นมาเป็นของจริง ของจริงคือชีวิตที่เราต้องทำเป็นกิจวัตรต้องประพฤติทุกวัน จะคิดอ่านทำอย่างไรให้อยู่รอดได้ในสังคมนี้ ตรงนี้ต่างหากของจริงก็อยากจะบอกให้พวกลูกศิษย์และประชาชนทั่วไปได้รับทราบเท่านี้แหละ</p>
<p style="text-align: right;">            จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?feed=rss2&amp;p=342</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขอเชิญสั่งจอง-บูชา</title>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=341</link>
		<comments>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=341#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 May 2009 08:45:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=341</guid>
		<description><![CDATA[ขอเชิญสั่งจอง-บูชา เหรียญแห่งคุณค่าหลวงปู่ทวด รุ่น 1  โหลดใบสั่งจอง

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอเชิญสั่งจอง-บูชา เหรียญแห่งคุณค่าหลวงปู่ทวด รุ่น 1  <a href="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/jong.jpg">โหลดใบสั่งจอง</a></p>
<p><img src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/jon-2.jpg" alt="" width="239" height="326" /><img src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/jon.jpg" alt="" width="229" height="326" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?feed=rss2&amp;p=341</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส</title>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=340</link>
		<comments>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=340#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 May 2009 03:23:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=340</guid>
		<description><![CDATA[
�
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/VA8Z4872.JPG" alt="" width="310" height="203" /><img class="alignnone" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/VA8Z4857.JPG" alt="" width="293" height="203" /><img class="alignnone" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/VA8Z4856.JPG" alt="" width="310" height="205" /><img class="alignnone" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/VA8Z4847.JPG" alt="" width="293" height="205" /><img class="alignnone" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/VA8Z4859.JPG" alt="" width="192" height="280" /><img class="alignnone" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/smalll.jpg" alt="" width="217" height="280" /></p>
<p>�</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?feed=rss2&amp;p=340</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เหรียญปลอม</title>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=339</link>
		<comments>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=339#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2009 03:37:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=339</guid>
		<description><![CDATA[             เหรียญที่เห็นในภาพตัวอย่างที่นำมาให้ดูกันนี้เป็นเหรียญปลอมที่ แจกจำหน่ายมาพร้อมกับแผ่น วี ซี ดี ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ห้าแถว” ด้านหน้าทำเลียนแบบยันต์ห้าแถว ส่วนด้านหลังเป็นรูปหนุมานครองเมือง อาจารย์หนู กันภัย ไม่เคยสร้างรุ่นนี้ขึ้นมา หากใครที่มีไว้ก็ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นของแท้หรือเป็นของทำเทียมขึ้นมา 
 
               เหตุที่หยิบมานำเสนอเพราะมีลูกศิษย์ อ.หนู สอบถามเหรียญนี้กันมามากจริงๆ จึงต้องนำเอามาบอกกล่าวกันให้ได้รับทราบชัดๆ คือจะได้ไม่ต้องมาถามกันต่อเพราะ อ.หนูไม่ได้สร้างรุ่นที่เห็นในภาพนี้ ฟันธงแบบไม่ต้องสงสัยเลยครับ “เหรียญปลอม” 
                 ส่วนใครจะส่งเหรียญคืนหรือไปเอาเงินคืนหรือไปคิดบัญชีกันอย่างไรก็สุดแท้แต่&#8230;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;"><span style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New','serif';"><span style="mso-spacerun: yes"><img class="alignleft" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/x01-20.jpg" alt="เหรียญปลอม" />             </span>เหรียญที่เห็นในภาพตัวอย่างที่นำมาให้ดูกันนี้เป็นเหรียญปลอมที่ แจกจำหน่ายมาพร้อมกับแผ่น วี ซี ดี ภาพยนตร์ไทยเรื่อง</span><span style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New','serif';"> “<span lang="TH">ห้าแถว</span>” <span lang="TH">ด้านหน้าทำเลียนแบบยันต์ห้าแถว ส่วนด้านหลังเป็นรูปหนุมานครองเมือง อาจารย์หนู กันภัย ไม่เคยสร้างรุ่นนี้ขึ้นมา หากใครที่มีไว้ก็ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นของแท้หรือเป็นของทำเทียมขึ้นมา </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt"> </p>
<p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New','serif';"><span style="mso-spacerun: yes">               </span>เหตุที่หยิบมานำเสนอเพราะมีลูกศิษย์ อ.หนู สอบถามเหรียญนี้กันมามากจริงๆ จึงต้องนำเอามาบอกกล่าวกันให้ได้รับทราบชัดๆ คือจะได้ไม่ต้องมาถามกันต่อเพราะ อ.หนูไม่ได้สร้างรุ่นที่เห็นในภาพนี้ ฟันธงแบบไม่ต้องสงสัยเลยครับ</span><span style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New','serif';"> “<span lang="TH">เหรียญปลอม</span>”<span lang="TH"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New','serif';"><span style="mso-spacerun: yes">                 </span>ส่วนใครจะส่งเหรียญคืนหรือไปเอาเงินคืนหรือไปคิดบัญชีกันอย่างไรก็สุดแท้แต่&#8230;</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?feed=rss2&amp;p=339</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>จับเข่าคุย-อาจารย์จะหนุนดวงด้วยบุญฤทธิ์ให้กับศิษย์ทุกคนในพิธีไหว้ครูปีนี้</title>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=338</link>
		<comments>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=338#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2009 06:23:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=338</guid>
		<description><![CDATA[           
 

 
ทุกวันนี้ มีลูกศิษย์หน้าใหม่ๆ เดินทางเข้ามาสำนักฯ ของอาจารย์กันไม่ขาดสายทุกวัน เพื่อมาเอาของดีกลับบ้าน อาจารย์ก็แนะให้อย่างเดียวคือยันต์ห้าแถวหนุนดวง สักไปให้ไว้ป้องกันตัว ให้แคล้วคลาดจากภยันอันตรายที่คาดไม่ถึงที่จะเกิดมีขึ้น ให้เป็นที่รักที่สงสารกับผู้หลักผู้ใหญ่และมีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม ให้มั่งมีศรีสุขมีโชคมีลาภตามสมควรจะได้ไม่จนกว่าคนอื่นเขา
 
                   ทุกวันที่สักให้เป่าให้ก็ปรารถนาอยู่เท่านี้ เพราะอาจารย์ทราบดีว่าทุกคนที่มาล้วนแต่ต้องการสิ่งที่กล่าวมานี้เหมือนกันหมดทุกคน ไม่ว่าลูกศิษย์ที่มาที่สำนักฯ นั้นจะเป็นคนรวยหรือคนหาเช้ากินค่ำหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชั้นผู้น้อย
                   เหตุเพราะมนุษย์ทุกผู้ทุกนามมีกรรมที่ติดมาแต่กำเนิดเป็นของตนเองดังคำที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า.. กรรมโยนิ..คนเรามีกรรมเป็นกำเนิด..กรรมพันธุ..คนเรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์..กรรมทายาโท..คนเรามีกรรมเป็นทายาท และสุดท้าย กรรมปฏิสรโณ..คนเรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมทั้งสี่นี้นั้นพวกเรามนุษย์ปุถุชนธรรมดา ผู้อาศัยอยู่ใน อาสวกิเลส หมายถึงกิเลสที่หมักหมม นอนเนื่องทับถมอยู่ในจิต ชุบย้อมจิตให้เศร้าหมองให้ขุ่นมัวอยู่เสมอ มี ๔ อย่าง(4 ประการ )คือ กาม ได้แก่ ความติดใจรักใคร่อยู่ในกามคุณ  ภพ ได้แก่ ความติดอยู่ในภพ ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ ทิฐิ ได้แก่ ความเห็นผิด ความหัวดื้อหัวรั้น อวิชชา ได้แก่ ความไม่รู้จริง ความลุ่มหลงมัวเมา 

                 ที่อาจารย์เกริ่นนำบอกตรงจุดนี้ให้รู้กันก่อนก็เพื่อจะได้รู้ว่าที่พวกเราทุกคนเกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์และดำเนินชีวิตอยู่นั้นมันมีการอุบัติและเป็นไปตาม ยถา (ความเป็นไปฉันใดอย่างไร) 
                  หากลูกศิษย์ที่ไม่ได้ศึกษาในเรื่องของธรรมะเรื่องของคำสอนของพระพุทธองค์ ก็อาจจะฟังแล้ว..งง.. เอาเป็นว่า มนุษย์เราเกิดมาก็เพื่อใช้กรรมเก่าที่ฝังที่ค้างอยู่ เมื่อคำรงชีวิตอยู่กินก็จะมีอาสวกิเลส ที่อยู่รอบตัวเราพยายามที่จะเข้ามาครอบงำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;"><span style="font-size: 16pt;"><span style="mso-spacerun: yes;"><span style="font-family: Times New Roman;">           <img class="alignleft" style="float: left;" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/x01-14.jpg" alt="" width="428" height="242" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: 16pt;"><span style="mso-spacerun: yes;"><font face="Times New Roman"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;"> </p>
<p></font></span></span></span></span></span><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">ทุกวันนี้ มีลูกศิษย์หน้าใหม่ๆ เดินทางเข้ามาสำนักฯ ของอาจารย์กันไม่ขาดสายทุกวัน เพื่อมาเอาของดีกลับบ้าน อาจารย์ก็แนะให้อย่างเดียวคือยันต์ห้าแถวหนุนดวง สักไปให้ไว้ป้องกันตัว ให้แคล้วคลาดจากภยันอันตรายที่คาดไม่ถึงที่จะเกิดมีขึ้น ให้เป็นที่รักที่สงสารกับผู้หลักผู้ใหญ่และมีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม ให้มั่งมีศรีสุขมีโชคมีลาภตามสมควรจะได้ไม่จนกว่าคนอื่นเขา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                   </span>ทุกวันที่สักให้เป่าให้ก็ปรารถนาอยู่เท่านี้ เพราะอาจารย์ทราบดีว่าทุกคนที่มาล้วนแต่ต้องการสิ่งที่กล่าวมานี้เหมือนกันหมดทุกคน ไม่ว่าลูกศิษย์ที่มาที่สำนักฯ นั้นจะเป็นคนรวยหรือคนหาเช้ากินค่ำหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชั้นผู้น้อย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                   </span>เหตุเพราะมนุษย์ทุกผู้ทุกนามมีกรรมที่ติดมาแต่กำเนิดเป็นของตนเองดังคำที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า..</span><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"> กรรมโยนิ..คนเรามีกรรมเป็นกำเนิด..กรรมพันธุ..คนเรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์..กรรมทายาโท..คนเรามีกรรมเป็นทายาท และสุดท้าย กรรมปฏิสรโณ..คนเรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมทั้งสี่นี้นั้นพวกเรามนุษย์ปุถุชนธรรมดา ผู้อาศัยอยู่ใน<strong> อาสวกิเลส</strong> หมายถึงกิเลสที่หมักหมม นอนเนื่องทับถมอยู่ในจิต ชุบย้อมจิตให้เศร้าหมองให้ขุ่นมัวอยู่เสมอ มี ๔ อย่าง(</span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">4 <span lang="TH">ประการ )คือ <strong>กาม</strong> ได้แก่ ความติดใจรักใคร่อยู่ในกามคุณ <span style="mso-spacerun: yes;"> </span><strong>ภพ</strong> ได้แก่ ความติดอยู่ในภพ ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ <strong>ทิฐิ</strong> ได้แก่ ความเห็นผิด ความหัวดื้อหัวรั้น <strong>อวิชชา </strong>ได้แก่ ความไม่รู้จริง ความลุ่มหลงมัวเมา </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span lang="TH"><span id="more-338"></span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span><span lang="TH">ที่อาจารย์เกริ่นนำบอกตรงจุดนี้ให้รู้กันก่อนก็เพื่อจะได้รู้ว่าที่พวกเราทุกคนเกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์และดำเนินชีวิตอยู่นั้นมันมีการอุบัติและเป็นไปตาม <strong>ยถา</strong> (ความเป็นไปฉันใดอย่างไร) </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span>หากลูกศิษย์ที่ไม่ได้ศึกษาในเรื่องของธรรมะเรื่องของคำสอนของพระพุทธองค์ ก็อาจจะฟังแล้ว..งง.. เอาเป็นว่า มนุษย์เราเกิดมาก็เพื่อใช้กรรมเก่าที่ฝังที่ค้างอยู่ เมื่อคำรงชีวิตอยู่กินก็จะมีอาสวกิเลส ที่อยู่รอบตัวเราพยายามที่จะเข้ามาครอบงำ ให้เกิดความใฝ่ความต้องการ แต่สุดแท้แต่ว่าจิตนั้นๆ จะสามารถแยก ผิด- ถูก- ชั่ว- ดี ให้กระจ่างจากกันได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                 </span>มนุษย์เราทุกคนที่เกิดมามีทั้งกรรมดีและกรรมชั่วติดมาเป็นเผ่าพันธุ์ โดยตัวเราผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่สืบสันดานนั้นเป็นผู้รับเป็นทายาท และมีปฏิสรโณ เป็นเครื่องกำหนดชี้ทางนั้นๆ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                </span>กาม..คือสิ่งที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามมีฝังติดมากับตัวแต่ในครรภ์ก่อนลืมตามองดูโลกโดยที่ไม่ต้องมีผู้ใดมาอบรมหรือสอนสั่งให้ต้องทำอย่างนี้อย่างนั้น ทุกดวงจิตติดอยู่ในภพ คือความอยากที่จะได้อยากที่จะมีอย่างไม่มีสิ้นสุดไม่ว่าจะมีแล้วหรือได้ในสิ่งประสงค์มาแล้วมากน้อยเพียงใดก็ตามแต่ก็ยังมีความอยากเพิ่มอยู่ร่ำไปอย่างไม่สิ้นสุด มีความเห็นผิดเป็นชอบคือทิฐิ ที่ทำให้เกิดความยุ่งเหยิงสับสนในชีวิต เพราะคิดเอาเพียงแต่ว่าตัวของกูนั้นต้องถูกและคนอื่นนั้นผิดอยู่อย่างนั้น มีความดื้อรั้นไม่ฟังเสียงกร่นด่าของผู้อื่น พยายามทำตัวเป็นกระจกสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น โดยที่ส่องกลับมามองตัวเองในมุมที่ดีเพียงด้านเดียวด้วย อวิชชา ความไม่รู้อย่างถ่องแท้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>มีความลุ่มหลงมัวเมา ในสิ่งอันประสงค์อย่างไม่หวาดกลัวหวั่นไหว</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"> </p>
<p><img class="alignleft" style="float: left;" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/x01-15.jpg" alt="" width="287" height="291" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                    </span>ที่เกริ่นบอกมาทั้งหมดนี้คือ </span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">“<span lang="TH">กรรม</span>”<span lang="TH"> ใช้เวลาเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป </span>1<span lang="TH"> อายุไข</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                    </span>และทุกชีวิตได้ดำเนินไปตามกรรมที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา จะผิดเพี้ยนก็ตรงที่ ได้สร้างกรรมดีหรือกรรมชั่วในห้วงเวลานั้นๆอย่างใด </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                     </span>จะเห็นได้ว่าบางคนทำงานหามรุ่งหามค่ำแต่ได้เงินเพียงน้อยนิดเมื่อเปรียบเทียบกับมันสมองและปัญญาที่ได้ทุ่มเทลงไป แต่ในบางคนแม้จะไม่ได้ทำงานทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แต่กลับได้สิ่งตอบแทนกลับคืนมามากกว่า บางคนใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในขณะที่ไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยแรง ในขณะที่อีกคนหนึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาใช้ชีวิตอย่างเหน็ดเหนื่อยโดยที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขความสบาย ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">                     </span><span lang="TH">ศิษย์หลายคนคงเคยได้ยินที่มีคนพูดบอกว่า เขาไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ความหมายคือว่าเผ่าพันธุ์เขาไม่ได้มาสูงมาดีเหมือนคนอื่นชีวิตเลยต้องต่อสู้อย่างนี้ และก็ต้องได้ยินอีกที่ว่า ทำบุญมาด้วยอะไรทำไมถึงสบายอย่างนี้วันๆไม่ต้องทำอะไรเลยเห็นเอาแต่เสพสุขกินเที่ยวไปวันหนึ่งๆ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span lang="TH"><!--more--></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                   </span>คือจริงแล้วอย่างที่สุภาษิตโบราณกล่าวไว้ จะแข่งรถแข่งเรือก็แข่งกันไปเพราะแม้ว่าวันนี้แพ้แต่พรุ่งนี้หรือวันต่อๆไปอาจจะชนะก็เป็นได้ แต่หากจะแข่งบุญวาสนานั้นไม่ได้ บุญวาสนาคือกรรม ประการหนึ่งที่ไม่สามารถที่จะถือเป็นข้อกำหนดได้ว่าจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้ กรรมของบุญวาสนานั้นไม่มีประมาณ ไม่มีขีดจำกัด เป็นผลพวงจากชาติจากภพที่ผ่านๆมาว่ามีมากน้อยเพียงใด</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"> </p>
<p><img class="alignleft" style="float: left;" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/x01-19.jpg" alt="" width="456" height="301" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">   </span><span style="mso-spacerun: yes;">                </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ทำไมอย่างนั้น..ทำไมอย่างนี้..มีข้อให้ต้องคิดสารพัด..ทำไมบางคน..เกิดมาง่อยเปลี้ยเสียขาต้องพิกลพิการบางรายถือกำเนิดมาก็ต้องพิการ บางรายเกิดมาแล้วต้องทุพลภาพเอาเมื่อหนุ่ม บางรายก็เมื่อเข้าสู่วัยกลางคน ทำไมบางคนเห็นเลี้ยงลูกมาจนโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแต่พอเข้าวัยชราทำไมไม่เห็นลูกกลับมาตอบแทนพระคุณทั้งที่เห็นว่าทำหน้าที่พ่อแม่ได้สมบูรณ์ และทำไมบางครอบครัวลูกที่ตนเองให้กำเนิดกลับ </span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">“<span lang="TH">ทรพี</span>”<span lang="TH"> ทุบตีบิดามารดาอยู่ร่ำไป บางรายถึงกับเป็นบิตุฆาต-มาตุฆาต ทั้งหมดนี้คือกรรมแต่อดีตชาติ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span><span lang="TH">หน้าที่อาจารย์คือทำให้กรรมแตกสลายย่อยลงหรือที่เรียกกันอย่างชาวบ้านว่า ให้หนักกลับกลายเป็นเบา ปัดเป่าเคราะห์กรรมให้ร้ายกลับกลายเป็นดี ให้สิ่งที่ว่ารับกันไม่ได้ทนกันไม่ไหวอาจารย์จะรับแทนให้ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span>มาหาอาจารย์ให้อาจารย์ลงของดีๆให้ใส่ตัวแล้วศิษย์ ก็มีหน้าที่ตั้งใจรับรับเอาสิ่งที่เป็นมงคลกลับไปบ้านเอาไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน แล้วตั้งจิตนึกให้นิ่งให้ดีๆว่าของที่ไม่ดีที่ไม่เป็นมงคลเราจะเอาทิ้งไว้ที่สำนักสักยันต์ของ อ.หนู กันภัย แห่งนี้ แล้วทุกอย่างในชีวิตของศิษย์ก็จะดีขึ้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">        </span><span style="mso-spacerun: yes;">     </span><span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ส่วนของกองโต ที่ไม่เป็นมงคล ที่ลูกศิษย์ลูกหามาทิ้งกันเอาไว้ อาจารย์ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ก็ด้วยเงินบุญและเงินทานที่ลูกศิษย์ได้พากันเข้ามาสักยันต์จ่ายมาเป็นค่าครูสักนั่นแหละอาจารย์จัดสรรไปให้ สร้างเป็นพระอุโบสถ สร้างเป็นกุฏิสงฆ์ หล่อองค์พระพุทธรูปไว้บูชาในพระอุโบสถ และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่มีเกิดขึ้นในพื้นที่ของธรณีสงฆ์วัดแม่ตะไคร้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ อย่างที่เราได้เห็นกันบุญกุศลที่อาจารย์ทำให้อุทิศให้ไปนั้นจะช่วยเกื้อหนุนส่งเสริมค้ำชูให้พวกเราเหล่าลูกศิษย์ทุกคนอยู่ดีมีสุขทั้งยามหลับยามตื่นทั้งเวลาที่อยู่และเวลาที่เสียชีวิตไปแล้ว</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"> </p>
<p><img class="alignleft" style="float: left;" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/x01-16.jpg" alt="" width="433" height="195" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">             </span>ลูกศิษย์ที่เข้ามาสักยันต์ที่สำนักสักยันต์ของอาจารย์ ต้องอาศัยกุศลทานบารมีนี้เกื้อหนุน เพราะหากอาศัยลำพังอาจารย์คนเดียว นั่งเป่าเสกอัดให้ บางทีก็ไม่ไหวเหมือนกัน เพราะบางคนมีเคราะห์มาเป็นกะบุงโกย ให้อาจารย์มาเป่าให้มันแตกให้มันเบาลง มันก็ยังหนักอยู่ดี เพราะกรรมเก่านั้นมีมาหนักมากอยู่ ส่วนศิษย์คนไหนสะสมกรรมมาไม่มากมายนักก็จะได้รับสิ่งที่ดีๆไปในเวลาไม่นานนัก ที่ว่าไม่นานของอาจารย์รอได้นะ เพราะบางครั้งยังไม่ทันข้ามคืน บางครั้งเพียงข้ามวัน แต่ถึงจะหนักหนาสักเพียงใดก็ไม่เกิน </span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">3 <span lang="TH">วัน </span>7<span lang="TH"> วันหาก เกินกว่านั้นก็ต้องบอกว่าหนัก ก็ต้องมาซ้ำกันให้มากขึ้น แต่ก็มีเหมือนกันลูกศิษย์บางคนอาจารย์บอกว่าต้องทนเอานะเพราะเรามันหนักจริงๆ ก็ต้องว่ากันเป็นแล้วแต่กรณีไป</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                   </span>ภาพยนตร์เรื่องห้าแถวที่คุณนะติ พันธ์มณี ผู้กำกับ สร้างขึ้นมาเพื่อหารายได้ช่วยในการสร้างหลวงปู่ทวดองค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ลูกศิษย์หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์หนูประพันธ์เรื่องห้าแถวออกมาในทำนองอย่างนี้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                   </span>อาจารย์ก็เลยต้องบอกให้ลูกศิษย์และท่านผู้ที่แคลงใจในเรื่องนี้เข้าใจก่อนว่าภาพยนตร์เรื่องห้าแถวที่เขียนว่าประพันธ์โดยอาจารย์นั้นจริงแล้วเรื่องมันเป็นอย่างนี้ คือว่าหลังจากที่อาจารย์อนุญาตให้นายนะติ สร้างภาพยนตร์เรื่องห้าแถว นายนะติได้มาขอแนวทางการดำเนินเรื่องราวของภาพยนตร์ อาจารย์ก็บอกไปแล้วก่อนหน้านี้ทางสื่อต่างๆ ที่มาสัมภาษณ์ก่อนที่จะเปิดกล้องรอบปฐมทัศน์ ว่าอาจารย์ได้บอกไปนิดๆหน่อยๆเท่านั้นโดยบอกแนวทางว่าเรื่องนี้ควรที่จะออกมาลักษณะของความดีที่ชนะความไม่ดี ก็เพียงเท่านั้นไม่ได้ไปบอกบทประพันธ์เป็นเรื่องเป็นราว แต่ด้วย ความที่ผู้กำกับก็บอกว่าเรื่องนี้ต้องให้เครดิตกับอาจารย์ เพราะห้าแถวเป็นยันต์ของอาจารย์ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ต้องเขียนไปว่าบทประพันธ์โดยอาจารย์หนู กันภัย นายนะติก็คิดหวังดีต่ออาจารย์ เจตนาก็มีเพียงเท่านั้น แต่คนที่อยู่ข้างนอกเขามามองในมุมอื่นที่หลากหลายแตกต่างกัน ก็เลยคิดกันไปสารพัด เลยไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรเหมือนกัน เพราะมันเป็นเรื่องของความคิดห้ามกันไม่ได้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">                 <img class="alignright" style="float: right;" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/x01-17.jpg" alt="" width="360" height="272" />  </span><span lang="TH">อาจารย์ไม่ได้มีความรู้ความเชื่ยวชาญเรื่องของภาพยนตร์ แม้ว่าลูกศิษย์ของอาจารย์เวลานี้จะเป็นพวกเหล่าศิลปิน ดารา นักแสดง กันมากมายก็จริง ทั้งหมดเป็นเพียงผู้กำกับมีเจตนาที่ดีกับอาจารย์ก็เท่านั้น คนนอกนั้นไม่รู้ไม่เข้าใจก็ได้แต่วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span>ก็อยากที่จะบอกตรงนี้ให้ลูกศิษย์ลูกหาที่ไม่เข้าใจและที่สงสัยได้รับรู้กันในสิ่งที่ถูกต้องจะได้ไม่เกิดความสับสนเพราะเรื่องราวที่จริงก็มีเพียงเท่นี้ แต่พวกหวังดีก็คิดมากกันไปเอง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: "><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span><span lang="TH">เอาหละมาพูดกันเรื่องงานพิธีไหว้ครูประจำปีที่จะถึงกันในอีกไม่กี่วันนี้จะดีกว่า ศิษย์รุ่นเก่าๆก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่างานพิธีไหว้ครูประจำปีวันไหน แต่ลูกศิษย์ใหม่ๆที่อาจารย์รับเอาไว้เดี๋ยวนี้มีจำนวนมากโขอยู่และเชื่อว่าหลายคนยังไม่ทราบบางคนทราบแล้วก็ลืมไปแล้ว บางคนก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากเท่าที่ควร ก็เลยต้องขอบอกกันให้ทราบอีกครั้งว่าทุกวันที่<strong> </strong></span><strong>1 <span lang="TH">พฤษภาคม</span></strong><span lang="TH"> ของทุกปีซึ่งจะตรงกับ<strong>วันแรงงานของชาติ</strong> และถือว่าเป็นวันหยุดงานประจำปี </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span>อาจารย์จัดให้มีงานพิธีไหว้ครูประจำปีขึ้นปีละครั้งเหมือนเคยโดยถือเป็นหน้าที่ๆต้องปฏิบัติ โดยงานพิธีไหว้ครูปีนี้ อาจารย์มีวัตถุมงคลที่จะนำเอามาแจกให้ศิษย์ที่เดินทางเข้ามาร่วมในพิธีทุกคน แต่สุดแท้แต่ว่าใครจะได้อะไรไปบูชา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span>วัตถุมงคลในปีนี้ที่จะแจกมี<strong> ผ้ายันต์ </strong>และ <strong>ตะกรุด </strong>เป็นหลัก อาจารย์ได้ให้ลูกศิษย์ใน ช่วยกันปั้มช่วยกันเขียน ช่วยกันตอกโค๊ต ก็เพราะอย่างที่เคยบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าวัตถุมงคลใดๆที่ว่าแน่ที่ว่าสุดยอด <strong>สำหรับอาจารย์ๆว่าไม่เท่า ตะกรุด</strong> ที่ทำเตรียมขึ้นมาไว้ให้เพราะ ใจอาจารย์ต้องการให้ลูกศิษย์ลูกหาทุกคนมีรักษาติดตัวกันเอาไว้ กันตอนเผลอเลอลืมตัว</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span>เพราะบางครั้งบางทีลายสักที่สักไปแล้วนั้นหลุดเสื่อมไปตอนไหนยังไม่รู้ตัว กันเอาไว้หลายๆทาง เพราะสังคมบ้านเราทุกวันนี้มันทำให้ของอย่างที่เราใฝ่หากันนั้นมีโอกาสที่จะเสื่อมง่ายมาก จึงไม่ควรประมาท</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><img src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/x01-18.jpg" alt="" /></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">                  </span><strong>อาจารย์เคยบอกไปแล้วว่าอาจารย์จะจัดงาน</strong> <strong>พิธีไหว้ครูประจำปีให้ใหญ่มากขึ้นทุกปี</strong> เท่าที่จะสามารถจัดทำให้ได้ เพื่อให้ลูกศิษย์ได้รับพรที่ดีๆเพื่อไปประกอบสัมมาอาชีพให้มากที่สุด เพื่อการดำเนินชีวิตที่สุขสบายที่ดีขึ้น และที่สำคัญงานบุญปีนี้อาจารย์จะให้พระเกจิฯที่มาร่วมงานปลุกเสกหมู่ลูกศิษย์ทุกคนเหมือนอย่างปีที่แล้วเพราะเท่าที่สังเกตดูแล้วลูกศิษย์ที่เข้าร่วมในงานพิธีในปีที่ผ่านมามีความเป็นอยู่ดีขึ้นมากกว่าที่ผ่านมา คนไหนที่ว่าดีอยู่สุขสบายแล้วก็ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ส่วนผู้ใดที่ยังกินไม่ได้อิ่มนอนไม่ได้เต็มที่ก็จะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งๆขึ้นกว่าที่ผ่านมา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">               </span>ของอย่างนี้มันต้องเอาหลายๆอย่างมาบวกรวมช่วยกันทางนี้นิดทางโน้นหน่อยอาจารย์ด้วยรวมเอาทั้งทานบารมีมาหนุนรวม ให้มันรู้กันไปเลยว่าลูกศิษย์ของอาจารย์จะอับจน ลูกศิษย์อาจารย์ทุกคนจะต้องดีวันดีคืน ต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">             </span>ในงานพิธีอื่นๆที่อาจารย์เห็นมาเขาเน้นปลุกเสกวัตถุมงคล แต่อาจารย์จะปลุกเสกทั้งคนทั้งวัตถุมงคลไปพร้อมกันด้วย<strong>บุญฤทธิ์หนุนดวง</strong> ใครที่มาใครก็ได้รับไป</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">             </span>อาจารย์ก็อยากจะบอกตรงนี้เลยว่าให้ลูกศิษย์ทุกคนที่ได้มาสักยันต์ที่สำนักของอาจารย์ไปแล้วเข้ามาร่วมในงานพิธี ในหนึ่งปีอาจารย์ขอวันเดียวเท่านั้นทำตัวให้ว่างๆแล้วมาเข้าร่วมในงานพิธีไม่ต้องไปรอไปนึกถึงคนอื่นเอาตัวเองเป็นที่ตั้งเพราะสิ่งที่จะทำไปนั้น ก็เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตัวเองโดยแท้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">           </span>ก่อนที่จะจากกันในฉบับไหว้ครูปีนี้อาจารย์อยากที่จะให้ศิษย์ทุกคนจดจำข้อกำหนดซึ่งถือว่าเป็นที่สุดในการดำเนินชีวิต </span><span style="font-size: 16pt; font-family: ">14 <span lang="TH">ข้อของอาจารย์ไว้แล้วนำเอาไปยึดถือปฎิบัติ ไม่ต้องนำเอาไปใช้ทั้งหมด อาจารย์ขอเพียง </span>7<span lang="TH"> ข้อในการยึดถือเพื่อใช้ชีวิตประจำวันก็น่าจะเกินพอแล้ว </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">ที่สุดแห่งการดำรงชีวิต 14 ข้อ ของ อ.หนู<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>กันภัย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>01. ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของชีวิตของเรา คือ ตัวเราเอง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">02. ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตของเรา คือ ความอวดดี</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">03. ความเขลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตเรา คือ การเชื่อคนง่าย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">04. ความเศร้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ความอิจฉา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">05. ความผิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การทอดทิ้งตัวเอง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">06. บาปที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การหลอกตัวเอง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">07. อารมณ์ที่น่าสงสารที่สุด คือ การทำตนให้ต่ำลง</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">08. ชีวิตที่น่าสรรเสริญที่สุด คือ การเลือกทางแห่งความก้าวหน้า</span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">09. การล้มละลายของการดำเนินชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ความท้อแท้ใจ</span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">10. สมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการดำเนินชีวิต คือ การมีสุขภาพที่ดี</span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">11. หนี้แห่งการดำเนินชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ หนี้ของความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน</span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">12. การให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การให้อภัย</span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">13. ความไม่สมบูรณ์ที่สุดของการดำเนินชีวิต คือ การรู้ไม่จริง</span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">14. ความพอใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการดำเนินชีวิต คือ</span><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"> </span><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">การให้ทาน </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?feed=rss2&amp;p=338</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ประสบการณ์จากเรื่องจริง-เกิดเหตุอัศจรรย์ในงานพิธีไหว้ครู</title>
		<link>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=337</link>
		<comments>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=337#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2009 06:01:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?p=337</guid>
		<description><![CDATA[

เรื่องราวที่เหนือธรรมชาติหรือที่เราเรียกว่าเรื่องที่ไม่สามารถที่จะนำ เอามาพิสูจน์ได้ในเชิงวิทยาศาสตร์และไม่สามารถที่จะชี้ชัดลงไป ได้ว่าเพราะเหตุใดหรือไม่อย่างไรมีปรากฏให้เห็นได้เป็นระยะตลอดเวลา
 



แต่กลายเป็นเรื่องของความเชื่อที่พวกเราชาวพุทธและคนทั่วโลก ทุกชาติทุกศาสนานั้นต่างรู้จักและมีปรากฏให้เห็น
ฉบับนี้ผมจะหยิบยกนำเอาเรื่องราวที่ได้เกิดขึ้นจริงในงานพิธีวันไหว้ ครูมาเล่าสู่กันฟังและผมเชื่อว่าลูกศิษย์ที่มาร่วมในงานพิธีไหว้ครูที่ผ่านมา คงจะจำกันได้
ในงานพิธีไหว้ครูปี พ.ศ.2549 ซึ่งเป็นปีแรกที่อาจารย์หนู กันภัย ได้ ย้ายสำนักฯ จากสำนักฯ เก่าที่อยู่ในหลังวัดตลาดเหนือมาอยู่ในหมู่บ้าน พูลศรี งานพิธีในปีนั้นฝนฟ้าดูเหมือนจะไม่เป็นใจตั้งแต่เริ่มงานพิธีเมฆฝนดำ ทมึนปกคลุมท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้างและมีท่าทีว่าจะตกในเวลานั้น แต่ก็ ไม่ตกเสียงสายลมที่พัดโหมกระพือมีมาเป็นระยะตลอดเวลา


แต่ลูกศิษย์ของอ.หนูที่มาร่วมในงานพิธี ก็ไม่ได้หวั่นไหวทุกคน ต่างเฝ้ารอในงานพิธีจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 5 ชั่วโมง เมื่อสิ้นพระเกจิฯ สวดพระชัยมงคลคาถาพร้อมกับสัพพี ในขณะนั้น ลมฝนเริ่มกระโชกแรง และถี่ขึ้นตามลำดับศิษย์ทุกคนโล่งอกเมื่อเสียงสวดมนต์ของพระเกจิฯ สิ้นสุดลง ต่างคนต่างมองขึ้นไปที่บนท้องฟ้าที่มืดดำ
เวลานั้นพระเกจิฯ ที่อาจารย์หนู นิมนต์มาได้เดินมาทางลูกศิษย์เพื่อ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ พระเกจิฯ ต่างทยอยกันเดินลงจากสำนักฯ เพื่อเดิน ทางกลับวัดหลังจากที่กิจของสงฆ์เสร็จสิ้นลง
ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในเวลานั้นคงจะจำกันได้ว่าทันทีที่พระสงฆ์ ก้าวเท้าขึ้นรถยนต์ที่จอดรอรับอยู่หน้าสำนักฯ ฝนฟ้าที่อึมครึมที่รอท่าอยู่ ตั้งแต่เมื่อเย็น ได้ตกกระหน่ำลงมาอย่างชนิดที่เรียกว่าไม่ลืมหูลืมตา
ลูกศิษย์ที่ร่วมงานพิธีอยู่ในคืนนั้นตามการคาดเดาน่าจะมีจำนวนกว่า 700 ท่าน ต่างกรูกันเข้ามาภายในสำนักฯ หน้าห้องสำนักงาน นิตยสารมงคล โสฬสที่มีที่หลบฝนเพียงไม่ถึง 40 ตารางเมตร ทุกคนต่างเบียดเสียดยัดเยียด กันเข้ามาเพื่อหลบฝนที่ตกลงมาอย่างหนักกว่าชั่วโมง แม้ว่าในวันนั้นเหตุ-การณ์จะดูว่าชุลมุนวุ่นวาย แต่หน้าตาของลูกศิษย์ทุกคนก็เต็มไปด้วยรอย ยิ้มและความปลื้มใจ ทุกคนภูมิใจที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในงานพิธีใน วันนั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div></div>
<p><span style="font-size: large; font-family: CordiaDSE;"></p>
<p align="justify">เรื่องราวที่เหนือธรรมชาติหรือที่เราเรียกว่าเรื่องที่ไม่สามารถที่จะนำ เอามาพิสูจน์ได้ในเชิงวิทยาศาสตร์และไม่สามารถที่จะชี้ชัดลงไป ได้ว่าเพราะเหตุใดหรือไม่อย่างไรมีปรากฏให้เห็นได้เป็นระยะตลอดเวลา</p>
<p align="justify"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.mongkolsoros.com/images/noo/x01-13.jpg" alt="" width="630" height="170" /></p>
<div></div>
<p><span style="font-size: large; font-family: CordiaDSE;"></p>
<p align="justify">แต่กลายเป็นเรื่องของความเชื่อที่พวกเราชาวพุทธและคนทั่วโลก ทุกชาติทุกศาสนานั้นต่างรู้จักและมีปรากฏให้เห็น</p>
<p align="justify">ฉบับนี้ผมจะหยิบยกนำเอาเรื่องราวที่ได้เกิดขึ้นจริงในงานพิธีวันไหว้ ครูมาเล่าสู่กันฟังและผมเชื่อว่าลูกศิษย์ที่มาร่วมในงานพิธีไหว้ครูที่ผ่านมา คงจะจำกันได้</p>
<p align="justify">ในงานพิธีไหว้ครูปี พ.ศ.2549 ซึ่งเป็นปีแรกที่อาจารย์หนู กันภัย ได้ ย้ายสำนักฯ จากสำนักฯ เก่าที่อยู่ในหลังวัดตลาดเหนือมาอยู่ในหมู่บ้าน พูลศรี งานพิธีในปีนั้นฝนฟ้าดูเหมือนจะไม่เป็นใจตั้งแต่เริ่มงานพิธีเมฆฝนดำ ทมึนปกคลุมท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้างและมีท่าทีว่าจะตกในเวลานั้น แต่ก็ ไม่ตกเสียงสายลมที่พัดโหมกระพือมีมาเป็นระยะตลอดเวลา</p>
<p align="justify"><span id="more-337"></span></p>
<p><font face="CordiaDSE" size="5"><font face="CordiaDSE" size="5"></p>
<p align="justify">แต่ลูกศิษย์ของอ.หนูที่มาร่วมในงานพิธี ก็ไม่ได้หวั่นไหวทุกคน ต่างเฝ้ารอในงานพิธีจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 5 ชั่วโมง เมื่อสิ้นพระเกจิฯ สวดพระชัยมงคลคาถาพร้อมกับสัพพี ในขณะนั้น ลมฝนเริ่มกระโชกแรง และถี่ขึ้นตามลำดับศิษย์ทุกคนโล่งอกเมื่อเสียงสวดมนต์ของพระเกจิฯ สิ้นสุดลง ต่างคนต่างมองขึ้นไปที่บนท้องฟ้าที่มืดดำ</p>
<p align="justify">เวลานั้นพระเกจิฯ ที่อาจารย์หนู นิมนต์มาได้เดินมาทางลูกศิษย์เพื่อ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ พระเกจิฯ ต่างทยอยกันเดินลงจากสำนักฯ เพื่อเดิน ทางกลับวัดหลังจากที่กิจของสงฆ์เสร็จสิ้นลง</p>
<p align="justify">ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในเวลานั้นคงจะจำกันได้ว่าทันทีที่พระสงฆ์ ก้าวเท้าขึ้นรถยนต์ที่จอดรอรับอยู่หน้าสำนักฯ ฝนฟ้าที่อึมครึมที่รอท่าอยู่ ตั้งแต่เมื่อเย็น ได้ตกกระหน่ำลงมาอย่างชนิดที่เรียกว่าไม่ลืมหูลืมตา</p>
<p align="justify">ลูกศิษย์ที่ร่วมงานพิธีอยู่ในคืนนั้นตามการคาดเดาน่าจะมีจำนวนกว่า 700 ท่าน ต่างกรูกันเข้ามาภายในสำนักฯ หน้าห้องสำนักงาน นิตยสารมงคล โสฬสที่มีที่หลบฝนเพียงไม่ถึง 40 ตารางเมตร ทุกคนต่างเบียดเสียดยัดเยียด กันเข้ามาเพื่อหลบฝนที่ตกลงมาอย่างหนักกว่าชั่วโมง แม้ว่าในวันนั้นเหตุ-การณ์จะดูว่าชุลมุนวุ่นวาย แต่หน้าตาของลูกศิษย์ทุกคนก็เต็มไปด้วยรอย ยิ้มและความปลื้มใจ ทุกคนภูมิใจที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในงานพิธีใน วันนั้น ถึงกับออกปากเป็นเสียงเดียวกันว่างานพิธีคืนนี้มีความศักดิ์สิทธิ์</p>
<p align="justify">เพราะแม้แต่ฟ้ายังลั่นประโคมชัย ฝนยังร่วมประพรมน้ำมนต์ถือว่า ไม่ธรรมดา</p>
<p align="justify">งานพิธีไหว้ครูปี พ.ศ.2550 ขณะที่พระเกจิฯ และ<strong>อาจารย์หนู กัน- ภัย </strong>ได้ร่วมบริกรรมพระคาถาเพื่อปลุกเสกน้ำหมึกพร้อมกับวัตถุมงคลหลอด ไฟนีออนสี ที่เจ้าหน้าที่ได้เดินไว้ริมถนนนอกสำนักฯ ตลอดแนวสองข้าง หน้าเวทีการแสดงมหรสพ ราว 150 หลอดกระพริบติด และดับสลับกัน ย้อนไปมามองเหมือนงูที่กำลังเลื้อยไปมา เป็นอยู่อย่างนั้นราว 5 นาทีแล้ว</p>
<p align="justify">ก็กลับคืนสู่สภาพปกติ</p>
<p align="justify">เมื่อเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าที่รอคุมเชิงเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เข้าไปตรวจสอบปรากฏว่าไม่พบสิ่งที่ผิดปกติแต่อย่างใด คัทเอาท์และอุป- กรณ์ทุกตัวยังคงใช้ได้ดีไม่มีชำรุดแต่อย่างใด แต่เหตุการณ์ที่หลอดไฟนี-ออนกระพริบสลับย้อนไปมานานเกือบ 5 นาทีนั้นไม่มีคำอธิบาย และหา ข้อสรุปไม่ได้</p>
<p align="justify">งานพิธีไหว้ครูปี พ.ศ. 2551 ปีนี้<strong>อาจารย์หนู</strong> ท่านได้นิมนต์พระเกจิฯ ที่มีชื่อเสียงอยู่ระดับแนวหน้าของเมืองไทยมาร่วมปลุกเสกน้ำหมึก-วัตถุมงคลและปลุกเสกลูกศิษย์ที่เข้ามาร่วมงานพิธีเพื่อความเป็นสิริ มงคลไปพร้อมกันก่อนที่จะพระเกจิฯ จะเจริญพระชัยมงคลคาถา อ.หนู ได้ นิมนต์<strong>หลวงพ่อเพี้ยน</strong> วัดเกรินกฐิน บริกรรมเดิน<strong> “เตโชธาตุ”</strong> ส่วน อ.หนู จะขอร่วมเดิน<strong> “กษิณ10”</strong> ไปพร้อมกัน ในขณะที่เหล่าพระเกจิฯ ที่นั่ง ปรกทั้งหมดเพ่งกษิณล้อม</p>
<p align="justify">ก่อนเสร็จพิธีเพียงไม่ถึง 10 นาทีหม้อแปลงไฟฟ้าตัวใหญ่บนเสา ไฟฟ้าหน้าสำนักสักยันต์เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น มีเปลวไฟลุกท่วมหม้อ แปลง ต่อมาครู่เดียวหม้อแปลงก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นติดต่อกันเป็นระยะ</p>
<p align="justify">ผู้เขียนต้องติดต่อขอให้เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ปทุม- ธานี ส่งเจ้าหน้าที่มาระงับเหตุ โดยแจ้งไปว่าหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดที่หน้า สำนักสักยันต์ของ อ.หนู กันภัย</p>
<p align="justify">ราว 20นาที เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าชุดผจญเพลิง พร้อมรถกระเช้า ก็เดินทางมาถึงขั้นต้นชุดผจญเพลิงได้ใช้สารเคมีดับเพลิงพ่นเข้าใส่เปลว เพลิงที่ลุกไหม้</p>
<p align="justify">เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าใช้เวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนหม้อ แปลงไฟฟ้าลูกใหม่ให้ และเพื่อให้ไฟฟ้าใช้งานได้ตามปกติ หลังจากนั้นงาน พิธีจึงเริ่มดำเนินการต่อไป</p>
<p align="justify">ขณะที่ไฟฟ้ายังดับสนิทอยู่หลวงพ่อเพี้ยน ท่านได้ปรารภกับ อ.หนู ว่างานพิธีในครั้งนี้นั้นสุดยอดนักเชียว มันต้องอย่างนี้ ท่านกล่าวพลาง ยิ้มให้กันอย่างรู้เป็นนัยๆ ว่าเป็นความอัศจรรย์ของกระแสจิตนั้นมีพลัง มีอาณุภาพ มีเดช อย่างที่เห็น</p>
<p align="justify">ส่วนลูกศิษย์ลูกหาที่ร่วมอยู่ในงานพิธีก็ต่างกล่าวกันไปต่างๆ นาๆ ลูกศิษย์ที่ขับรถยนต์มาให้หลวงพ่อเพี้ยนก็กล่าวว่า เป็นเพราะหลวง- พ่อเพี้ยนท่านเดินธาตุไฟ และแทบจะทุกครั้งที่หลวงพ่อท่านเดินธาตุไฟ ก็จะได้พบ เหตุการณ์อย่างนี้หรือไม่ก็ไฟฟ้ากระพริบหรือไม่ไฟฟ้าก็ดับไป เฉยๆ หลังจากเสร็จพิธีก็จะติดขึ้นมาเองเหมือนเดิม</p>
<p align="justify">พิธีไหว้ครูที่ผ่านมาสามปีนั้นมีสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในลักษณะที่ แตกต่างกัน ทั้งสามเหตุการณ์เกิดขึ้นในงานพิธีไหว้ครูประจำปีเป็นเหตุ การณ์ที่ไม่มีใครคิดฝันว่าจะเกิดขึ้น แต่หากไม่นำเอามาคิดและปล่อยให้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะอย่างนี้ผ่านเลยไป ก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลก</p>
<p align="justify">แต่เพราะไม่เคยมองข้ามไสยศาสตร์และมีความเชื่อในสิ่งที่ลี้ลับ จึงยกประโยชน์ให้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสามครั้งสามครานี้ ไม่ใช่อุบัติ-เหตุและไม่ใช่ความบังเอิญ มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น</p>
<p align="justify">จาก<strong> “ตบะ”</strong> ของความเชื่อมั่นในจิตใต้สำนึกของผู้ที่ฝึกจิตสำเร็จ ในวิชชานั้นนั้นอย่างถ่องแท้ แสดงออกมาในรูปของ “<strong>เดช” </strong>ให้เราได้รับรู้เป็น <strong>นัยๆ </strong>ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้มันมีจริง จะเชื่อหรือไม่ก็สุดแท้แต่เพราะสิ่งที่ เห็นทั้งหมดเหล่านี้นั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อต้องให้ความศรัทธาด้วยบริสุทธิ์ เท่านั้น</p>
<p> </p>
<p></font></font></span><font face="CordiaDSE" size="5"> </p>
<p></font></span></p>
<p> </p>
<p>�</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mongkolsoros.com/arjannu/?feed=rss2&amp;p=337</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
