สำนักสักยันต์อาจารย์หนู กันภัย

อาจารย์หนู กันภัย

ชักตื้นติดกึก ชักลึกติดกัก

June 19th, 2009 by admin

จับเข่าคุย

ชักตื้นติดกึก  ชักลึกติดกัก

           

จับเข่าคุย

ชักตื้นติดกึก  ชักลึกติดกัก

              ในรอบปีหนึ่งๆ มีน้อยวันที่อาจารย์จะดีใจได้ปลื้ม ส่วนใหญ่จะเป็นวันที่อาจารย์นั่งกรรมฐานแล้วรับรู้ได้ว่ามีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาในตัวเองคือสิ่งที่จิตนั้นสามารถที่จะสัมผัสได้ซึ่งก็มีไม่บ่อยนัก พูดไปอย่างนี้แล้วลูกศิษย์คงหลายคนที่ไม่เข้าใจ อาจารย์หมายถึงวันที่อาจารย์ได้ลุซึ่งกรรมฐานในแต่ละชั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่าย

              แต่ในแต่ละวันขณะที่นั่งสมาธินั้นความอิ่มเอิบความพึงพอใจมันเป็นความยินดีตามวิสัยอยู่แล้วซึ่งจริงแล้วก็มีเพียงพอที่จะทำให้อาจารย์มีความสุขได้มากพอในแต่ละวัน

              แต่วันที่อาจารย์มีความสุขใจทั้งที่ลำบากกายมากที่สุดในรอบปีก็คือวันที่ลูกศิษย์ของอาจารย์มาครอบครูในแต่ละปี เพราะในวันนี้ของแต่ละปีนั้นอาจารย์ถือว่าอาจารย์ได้ชักชวนศิษย์มารับเอาสิ่งที่เป็นมงคล สิ่งที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันคุ้มตัวให้อยู่รอดปลอดภัยได้อย่างมั่นใจที่สุด เป็นวันที่อาจารย์เปิดจิตถ่ายเทเอาของมงคลที่สั่งสมมาตลอดปี สาดซัดออกไปให้ ใครที่มีจิตใจที่นิ่งสงบมากก็รับเอาไปมาก

 

    %A       0      ใครที่มีจิตสั่นไหวหรือจิตไม่แน่วแน่ ก็รับเอาไปน้อยหน่อยตามสภาพจิตในห้วงเวลานั้น อย่างไรก็ถือว่าอาจารย์ปล่อยไปให้ทั้งหมดก็แบ่งรับกันเอาเองตามสภาพจิตใจ

                เท่านั้นยังไม่พอพระเกจิอาจารย์ที่เข้ามาร่วมในพิธียังสวดอัดเสริมพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณให้กับทุกคนที่เข้ามาร่วมในพิธี ก็ไปรักษากันเอาเอง ใครที่จิตมั่นรับไปมากก็รักษาเอาไว้ให้มั่นของคุณพระก็จะอยู่คู่กายไปเท่าที่จะรักษาได้ ส่วนใครที่รู้ว่าจิตตัวเองไม่นิ่ง แต่มีความมั่นใจในพุทธคุณๆนั้นๆก็จะปกปักรักษาตักตวงกันเอาไป เคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่าของอย่างนี้นั้นมันอยู่ที่ใจ ทำใจที่ศรัทธาให้มั่น ให้แน่วแน่อย่างเดียวก็เกินพอ

              แม้แต่อาจารย์เองเป็นถึงครูบาอาจารย์มีลูกศิษย์ให้ความเคารพนับถือมากมายทั่งประเทศ ยังต้องสวดมนตร์ท่องบ่นภาวนาอยู่เป็นนิจ

              บ่อยครั้งที่เฮียไพศาล (บก.นิตยสาร มงคลโสฬส) เห็นอาจารย์เดินจงกลมอยู่ในห้องคนเดียว มือกำสายสิญจน์บ้างกำพระเดินเป่าสวดอัดบริกรรมพระคาถา  เฮียแกเห็นอาจารย์บริกรรมก็ยืนยิ้ม คงนึกว่าอาจารย์เป็นอะไรไปแล้ว เดิน นั่งก็ท่องคาถา  แกก็ถามมาตรงๆ ว่าอาจารย์ทำอะไร.?

               อาจารย์ก็ตอบไปว่าบริกรรมพระคาถา  เพราะบางครั้งใจมันแกว่งเหมือนกันนะ ลูกศิษย์ก็เดินทางมาหากันมากเพิ่มขึ้นทุกวัน เราเองจะมานั่งๆนอนๆอยู่ก็คงจะไม่ได้ เดี๋ยวเคราะห์หามยามร้ายขึ้นมาลูกศิษย์ไปโดนอะไรมาเสียหายก็เสียใจตัวเอง เพราะอาจารย์ชอบคิดอย่างนั้น คอยแต่จะคิดเอาว่าตัวเองให้ของไปไม่ดีพอหรืออย่างไร.?

          ทำไมถึงเป็นอย่างนี้.! ก็เลยต้องคอยท่องสวดภาวนาอยู่ร่ำไป เหมือนมีกรรมเหมือนกัน

              เคยถามจิตตัวเองเหมือนกันว่าความสุขจริงแล้วทุกวันนี้มันอยู่ที่ตรงไหน จะไปไหนมาไหนเหมือนอย่างชาวบ้านชาวเมืองเขาก็ไม่ได้เพราะไม่ค่อยที่จะมีเวลา ต้องมาคอยรับลูกศิษย์ที่เดือดร้อนมาหา

                  บางทีก็รู้ทันนะว่าจริงแล้วตัวเองต้องการอย่างนี้ ต้องการที่จะดูแลลูกศิษย์ พอลูกศิษย์เดินทางมาหาแล้วบอกว่ามาหาอาจารย์แล้วกลับไปโชคดีอย่างนั้นโชคดีอย่างนี้ กลับไปถูกหวยรวยเบอร์มา ก็พลอยดีใจไปกับเขา ที่ทำให้เขามีความสุข ทำให้ครอบครัวของเขาอยู่ดีกินอร่อยกัน

                   แต่ในความสุขก็แฝงไปด้วยความทุกข์ใจ ที่ว่าทุกข์ใจเพราะไม่ได้อย่างใจที่ตั้งเอาไว้

            สำนักสักยันต์ของ อาจารย์ ทุกวันนี้นับว่าสังคมโดยรวมยอมรับได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งหากจะเปรียบเทียบย้อนหลังไปราว 20 ปี นั้นกล่าวได้อย่างเต็มปากไม่คลุมเครือ เพราะที่ผ่านมาอาจารย์ได้สร้างชื่อเสียงให้ประจักษ์กับสายตา ประจักษ์กับสาธารณชนแล้วว่ามีเจตนาในทางสร้างสรรค์สังคมในทางจรรโลงคุณธรรมให้มีในจิตใจ ไม่ได้ปลูกฝังในอวิชชา หรือให้มีความเป็นไปในทางที่เสื่อมเสีย

                ถือเป็นแนวทางเป็นตัวอย่างอันควรต่อพระพุทธศาสนาและต่อสังคม ที่สำนักสักยันต์แห่งนี้ได้กระทำอย่างต่อเนื่องและมีความชัดเจนในรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่อง

                เป็นการย่างก้าวพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมีแบบแผน

                แต่ด้วยการที่สำนักสักยันต์แห่งนี้เจริญรุดหน้าไปด้วยความรวดเร็วจนกระทั่ง อาจารย์ต้องหาบุคคลากรคือครูสักที่พอจะฝึกฝนและไว้วางใจได้มาช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ในการสักยันต์ให้กับลูกศิษย์ที่เดินทางเข้ามาสักยันต์ในแต่ละวัน

                ครูสักที่ถูกอาจารย์ฝึกฝนขึ้นมานั่งสักยันต์บนสำนักฯ ทั้งหมดเป็นคนที่อาจารย์ได้เลือกเฟ้นให้มารับหน้าที่ในการสักยันต์บนสำนักฯ เพื่อแบ่งเบาภาระ

                 ครูสักบนสำนักสักยันต์ของอาจารย์จึงมีบทบาทที่สำคัญต่อลูกศิษย์มากเพราะถือว่าได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกศิษย์เกือบตลอดเวลา ทำให้เกิดความสนิทสนมกลมเกลียวกันและมีความมั่นใจในกันและกันมากซึ่งถือเป็นสิ่งที่อาจารย์ท่านต้องการให้เป็น

           แต่เมื่อมีการคลุกคลีตีโมงกัน ปัญหาที่ติดตามมาย่อมมีเกิดขึ้นให้เห็นไม่มากก็น้อยเป็นเรื่องปกติ

                 เพราะหลายครั้งที่แม้ตัวเราเองก็ยังไม่สามารถที่จะตามจิตใจที่ฮึกเหิมได้ทัน

                 เมื่อมีความสนิทสนมจากวันเป็นอาทิตย์จากอาทิตย์เป็นเดือน ครูสักที่ว่ามีบทบาทสำคัญหลายท่านมีการติดต่อมีการสื่อสารขอเบอร์โทรศัพท์จากลูกศิษย์ ซึ่งลูกศิษย์ก็ให้ไปด้วยเห็นว่าเป็นครูสักบนสำนักฯ เพื่อที่จะได้เจรจานัดแนะกันเข้ามาสักยันต์บ้าง เพื่อเจรจาหยอกล้อกันบ้างตามประสา คนที่เริ่มจะคุ้นเคยที่ชอบพอกัน

             จากสนิทสนมกลายเป็นความคลุกคลี และส่อแวว ว่าเริ่มมีข้อครหา เริ่มที่จะมีความไม่ปกติขึ้น มีเสียงกร่นตามสายเข้ามาถึงอาจารย์บ้าง อาจารย์ทวงถามไปด้วยตัวเองบ้าง ก็พอจะทราบเป็นเลาๆในทำนองว่าครูสักบนสำนักฯ บางท่านประพฤติตัวไม่เหมาะสม ด้วยวาจาที่กระด้างกระเดื่องก็ดี ด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควรก็ดี

              ทันทีที่ทราบข่าวในแต่ละครั้งอาจารย์จะทวงถามในทันทีไม่ว่าในเวลานั้นจะเป็นเวลาใด จะมีลูกศิษย์ที่เข้ามารอสักยันต์อยู่มากหรือน้อยเพียงใดก็ตาม เมื่ออาจารย์ทวงถามข้อมูลที่เป็นเพียงข้อกล่าวหาในคราวแรกกลายเป็นข้อมูลจริงตามที่ถูกกล่าวอ้างและผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นยอมรับผิดในสิ่งที่ได้กระทำ  ก็จะมีการว่ากล่าวตักเตือนกันไปตามท้องเรื่องและสมควรที่จะต้องให้โอกาสที่จะแก้ตัวใหม่

          ไม่อยากจะกล่าวโทษ แต่มองในแง่ยกประโยชน์ให้ เพราะรู้ว่าทุกคนมีเจตนาที่ดี เพียงแต่เวลานั้นความอยากได้ใคร่มี ที่ฝังอยู่ในจิตที่ยังไม่สามารถขจัดออกไปให้หมดจากใจอาจจะเข้ามาครอบงำไปชั่วขณะ

                 มีภาษิตโบราณที่ฟังดูอึดอัด มีท่าทีว่าจะก่อความเสียหายรุนแรงยากที่จะแก้ไขว่าชักตื้น ติดกึก ชักลึก ติดกัก หมายความว่า (จะเดินหน้าก็ไม่ได้ ถ้าถอยหลังก็ลำบาก) ที่ว่าได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ในบางคราวก็เพิ่มความกังวลให้

                 แต่เรื่องราวในลักษณะอย่างที่ผ่านมานี้มันผิดพลาดกันได้  แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นจะต้องแก้ไข จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่สมควรที่ผ่านมาให้ได้

             เป็นเพียงแต่ว่ายังไม่สามารถที่จะประพฤติตัววางตัวของตัวเองให้อยู่ในที่อันเหมาะอันควรให้ถูกแก่กรณี

                   อาจารย์ชอบเฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงของคนใกล้ตัวในทางที่ดีขึ้น ชอบที่จะช่วยเหลือและให้โอกาสทุกคนตามสมควร

                  ครั้นจะใช้คำสั่งที่เด็ดขาดลงไป ก็จะกลายเป็นว่าตัดช่องน้อยแต่พอตัว แต่สิ่งที่ไม่สมควรสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นบนสำนักฯนั้นเป็นเรื่องของระบบการจัดการที่อาจารย์ไม่เคยปล่อยปะละเลย ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่น้อยนิดเพียงใดก็ตาม

             เพราะหากอาจารย์ไม่แก้ไข ปล่อยวางทำเป็นมองไม่เห็นแล้วปล่อยให้มันผ่านไป วันหนึ่งข้างหน้าอาจจะเป็นเรื่องที่ลุกลามใหญ่โตและสร้างความเดือดร้อนเสียหายขึ้นมาได้

                     แต่ครั้นจะปล่อยให้การกระทำดังที่กล่าวนั้นผ่านเลยไปเฉยก็ไม่ได้เช่นกัน ศิษย์ของอาจารย์ทุกคนก็ควรที่จะคิดอย่างนี้เช่นกัน.!

                     เรื่องพูดคุยกันที่ดินฝั่งตรงข้ามวัดแม่ตะไคร้ฯซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของหลวงปู่ทวดปางประทับยืน ทั้งสองแปลงที่ค้างคาใจอาจารย์มานานหลายเดือน เมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็เรียบร้อยไปแล้ว อาจารย์ได้จ่ายเงินไป รวมทั้งหมดทั้งค่าโอนด้วย 1,900,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนบาท) โอนให้พระพุทธศาสนา โดยมี พระใบฏีกาเทียนชัย สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ฯ ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฏหมาย  เป็นผู้รับมอบไปแล้ว ลูกศิษย์ลูกหาคนไหนที่รู้ตัวว่ามีส่วนร่วมในการซื้อที่ดินถวายวัดในครั้งนี้อาจารย์ก็ขออนุโมทนาบุญในที่ดินของธรณีสงฆ์ด้วย

                       และเมื่อกลางเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา ทางวัดก็ได้ทำการตอกเสาเข็มส่วนฐานของสถานที่ก่อสร้างองค์หลวงปู่ทวดไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

                    พระใบฏีกาเทียนชัย ท่านได้ให้ บริษัทฟรีแลนด์สตูดิโอ ตั้งอยู่ที่103/36A ซอย9 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่โดยมี นาย วรวุฒิ พจนเสนี  เป็นผู้เขียนแบบก่อสร้างและเซ็นต์สัญญาว่าจ้าง รวมถึงมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลการก่อสร้างโครงสร้างส่วนฐานจนกว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดขององค์หลวงปู่ โดยตั้งงบประมาณการก่อสร้างไว้ประมาณ 35,000,000 บาท (สามสิบห้าล้านบาท) โดยคิดค่าเขียนแบบและควบคุมดูแลเป็นเงิน 350,000 บาท(สามแสนห้าหมื่นบาท)หรือ 10% ของค่าก่อสร้างในครั้งนี้ ก็เลยต้องนำเอาเรื่องการก่อสร้างหลวงปู่ทวดมาบอกกล่าวกันให้ได้รับรู้เอาไว้

                      ทีนี้ก็มาพูดถึงเรื่องเหรียญหลวงปู่ทวดกันต่อ เหรียญหลวงปู่ทวดปางประทับยืน วัดแม่ตะไคร้ฯ หลังยันต์ห้าแถวหนุนดวง ที่อาจารย์แจกไปให้กับลูกศิษย์ในงานพิธีครอบครูนั้น  อาจารย์ได้ให้ นาย มนต์ชัย พูลประชา(ช่างชัย) เป็นคนปั้มเหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นนี้ให้  ไหนๆก็กล่าวถึงแล้วก็ขอพูดต่อไปอีกนิดหนึ่ง ช่างชัยคนนี้อาจารย์เรียกใช้มานานหลายปีดีดักแล้ว และส่วนใหญ่เหรียญปั้มของสำนักฯ รุ่นต่างๆ ก็ได้อาศัยช่างชัยคนนี้แหละเป็นคนปั้มเหรียญให้

                   และเหตุที่เรียกใช้ช่างชัยเพราะรู้ใจกันแล้ว สำนักฯ มีอะไรก็เรียกใช้เงินทองไม่มีหรือหาไม่ทันก็ติดค้างกันเอาไว้ก่อน มีเงินเมื่อไหร่ก็ค่อยเรียกมารับเอาไป  เป็นคนที่นิสัยใจคอเอื้อเฟื้อ ไว้ใจได้ดีคนหนึ่ง  และด้วยความที่ว่ารู้ใจกันเรื่องของราคาเหรียญที่ปั้มมาให้สำนักฯ จะถูกมากกว่าที่อื่นมาก ตรงนี้แหละที่อาจารย์พอใจมาก เพราะช่างชัยรู้ดีว่าเหรียญรุ่นต่างๆ ที่ปั้มขึ้นมาจำหน่ายนั้น ส่วนใหญ่แล้วอาจารย์จะนำเอาไปแจกให้กับลูกศิษย์และเวลาออกงานบุญ

                 ก็เพราะนิสัยของอาจารย์ก็ต่างรู้กันอยู่ว่าเวลาไปไหนมาไหนหรือออกงานอาจารย์จะเตรียมเอาวัตถุมงคลที่ทำขึ้นพกติดตัวไปด้วยเสมอ เพื่อนำเอาไปแจกให้ไปใช้กัน ส่วนที่จำหน่ายให้บูชาก็ว่ากันไปอีกเรื่องหนึ่ง คือที่จำหน่ายให้บูชาก็จำหน่ายกันไป ส่วนที่แจกก็แจกกันไป อาจารย์ไม่เคยหวงเรื่องพวกนี้ สิ่งไหนที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่สามารถให้ได้ก็ให้ไป ไม่เคยคิดมาก

                คิดเอาเพียงว่าที่เขาอยากได้กันเพราะเขาศรัทธา ให้ผู้ที่ศรัทธาเขาก็เอาไปใช้ ใช้แล้วดีใช้แล้วเห็นผลเขายิ่งศรัทธา ผู้ที่ได้รับวัตถุมงคลไปแล้วก็ขอให้ลูกศิษย์ที่ได้ไปเก็บรักษาเอาไว้ให้ดี

                 เหรียญหลวงปู่ทวดปางประทับยืนรุ่นนี้ อาจารย์ทำขึ้นมา 5,000 (ห้าพัน) เหรียญเท่านั้น เป็นเหรียญทองแดงลมดำ และเนื้อนวโลหะออกมา 15(สิบห้า) เหรียญ อยู่ที่เฮียไพศาล 10(สิบ) เหรียญ ส่วนที่เหลือจะเอาออกมาแจกให้กับครูสักและศิษย์ในสำนักฯ ไว้ใช้กันคนละเหรียญ

                  เหรียญนี้อาจารย์ให้เฮียไพศาล(บรรณาธิการ นิตยสารมงคลโสฬส) เป็นคนออกแบบ เพราะมาระยะหลังๆ นี้ เฮียไพศาลแกออกแบบผ้ายันต์ออกแบบเหรียญเข้าตาอาจารย์ดี ที่ว่าเข้าตาคืออาจารย์ให้เฮียไปออกแบบมาโดยที่ไม่ต้องบอกว่าจะเอาแบบไหน แต่แกออกแบบมาได้เหมือนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

                  เหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นนี้อาจารย์ให้ชื่อว่า(เหรียญแจกวันไหว้ครู) อาจารย์ล้อมด้วย นะโม โพ ธิ สัตโต อา คัน ติ มา ยะ อิ ติ ภะ คะ วา (พระคาถาหัวใจหลวงปู่ทวด) แล้วตอกโค๊ดตัว นะและหมายเลข “9” ไว้ที่ด้านหน้าของเหรียญเพื่อป้องกันการปลอมแปลง

                   ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ห้าแถวหนุนดวงของอาจารย์ ด้านบน อาจารย์เขียนเป็นอักษรล้านนา ว่า บุญฤทธิ์หนุนดวง เพื่อที่จะสื่อความหมายให้รู้ว่าเหรียญรุ่นนี้สร้างขึ้นคราวเมื่อสร้าง สถานสักการะหลวงปู่ทวดให้กับชนชาวภาคเหนือ   

                 ทุกวันนี้เวลาจะทำวัตถุมงคลอะไรออกไปสักชิ้นก็ต้องระวัง เพราะคนนอกที่ไม่หวังดีคอยจ้องจะก๊อบเลียนแบบ วัตถุมงคลของอาจารย์ในตลาดเวลานี้ของปลอมมันระบาดเต็มไปหมด บางครั้งอาจารย์ไม่เคยทำขึ้นมาให้บูชาเลยแต่ก็มีออกไปจำหน่ายปั้มกันออกมาหน้าตาเฉย เขียนบอกของอาจารย์หนู ส่วนใหญ่แล้วของปลอมที่วางจำหน่ายกันอาจารย์รู้จากปากลูกศิษย์มาบอกกันว่าซื้อมาจากที่นั่นที่นี่ ก็มาถามอาจารย์ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม

                    วัตถุมงคลชิ้นไหนที่อาจารย์ทำพิธีปลุกเสกไปอาจารย์ก็จะบอกว่าใช่ ชิ้นไหนที่ไม่เคยทำก็จะบอกว่าไม่ใช่เป็นของปลอม ก็ไปว่ากันเอาเอง  และหากจะให้ตัดปัญหาไปเลยก็มาเอาที่สำนักสักยันต์แน่นอนที่สุดมารับกันไปกับมือเลยจะดีกว่า ก็ไม่รู้จะพูดว่ากล่าวกันอย่างไรคนจ้องหาประโยชน์เอาชื่อเสียงของคนอื่นมาหากินเดี๋ยวนี้มันเกลื่อนไปหมดเลย

         �C2�       %�     พออาจารย์ทำรุ่นไหนออกไปดังก็มาจ้องปลอมกัน ไม่ได้กลัวบาปกรรมกันเลย ที่ว่าบาปกรรมเพราะอะไรรู้ไหม เพราะคนที่เขาเช่าไปบูชาเขาก็มั่นใจว่าเป็นของแท้เป็นของจริงมีพุทธคุณจริง ก็ไปไปพกติดตัวพอเกิดเรื่องราวขึ้นมากลับไม่ได้ช่วยปกป้องคุ้มครองเพราะของที่เอาไปนั้นมันไม่มีพุทธคุณอะไรที่จะไปช่วย

                 คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ พอเห็นเข้าก็พลอยบอกกันปากต่อปากไปอีกว่าเห็นของอาจารย์ไปอยู่มีเรื่องที่นั่นที่นี่ แต่ไม่เห็นช่วยคุ้มครองป้องกัน มันก็เลยเสียไปกันหมด ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน ก็มันเป็นเสียแบบเนี้ย ก็มันเป็นของปลอมมันไม่มีอะไรก็เพียงแผ่นทองแดงกับแผ่นมิเนียมจะทำอย่างไรได้..

                  พออาจารย์เขียนบอกกล่าวไปก็โทรกลับมาต่อว่า  ขนาดวัดเองยังไม่วาย โทรมาด่าทอว่าหากไม่อยากให้ลอกเลียนแบบก็อย่างพิมพ์ออกมาซิ กลายเป็นว่าเราผิดอีกที่พิมพ์ออกประกาศมาให้รับทราบกัน อาจารย์ไปออกอากาศทางทีวี ก็บอกตามตรงว่ามีพวกไม่หวังดีจ้องจะก๊อบสักยันต์ไปสักเล่นกัน พอรายการนำเอาไปออกอากาศคนที่เอาไปก๊อบสักยันต์กันก็ทนฟังไม่ได้โทรมาต่อว่าให้เสียๆ หายๆ โทรมาบอกว่าเราผิดที่สักลายยันต์ออกไปเขาเห็นเขาก็ต้องก๊อบเพราะมีลูกค้าต้องการจะสักลายนี้

                 เขาบอกว่าเขาทำธุรกิจ มีลูกค้ามาก็ต้องสัก ก็เลยถึงบางอ้อ.. ว่าเขาไม่ได้สักเพราะต้องการที่จะช่วยคน แต่สักเพราะต้องการเงินค่าสักเท่านั้น ก็ระวังกันเอาก็แล้วกัน ใครจะสักอะไรที่ไหน จะเช่าวัตถุมงคลอะไรก็ระวังเอาให้จงหนัก แต่หากไม่ต้องการเพลี่ยงพล้ำและต้องการของแท้ของจริงก็มาหาอาจารย์ที่สำนักสักยันต์ ก็บอกกันตรงๆได้เท่านี้

                 เออ..แล้วยังมีแบบนี้อีก..อย่างบางคนต้องการของอาจารย์ แต่ไม่ยอมมาบูชาที่สำนักฯ บอกว่าแพงบ้างหละ ไม่มีเวลามาบ้างหละ อ้างไปทั่ว พอโทรมาถามราคาบูชาแล้วก็วางสายไป แล้วไปเช่าบูชาที่อื่นที่ถูกกว่า บอกว่าที่สำนักฯ แพงกว่าข้างนอกๆ ถูกกว่าอย่างนี้เป็นต้น

                จะเอาของแท้แต่ไม่มาเอาที่สำนักฯ บอกว่าแพงแล้วไปบูชาข้างนอกบอกว่าถูกกว่า ฟังกันเอาก็แล้วกัน อาจารย์นั่งตัวเป็นๆ อยู่ที่สำนักฯ ไม่มาเอาไป ไปเอากับใครก็ไม่รู้ ไปเชื่อเขา พอใช้ไม่ได้ผลแล้วมาบอกว่าวัตถุมงคลของอาจารย์ไม่ดี มันเป็นธรรมไหม..ฟังแล้วก็งง..ไม่มีคำพูดที่จะพูดต่อ ก็ต้องเดินหนีเข้าห้องไปก็เท่านั้น

               เรื่องของการสักยันต์ก็เหมือนกัน บอกแกมบ่นกันมาว่ามาสักที่สำนักฯ อาจารย์หนู ทุกวันนี้แพงอย่างนั้นแพงอย่างนี้ สักที่อื่นถูกกว่า ก็ไม่ได้ว่า เพราะนาๆจิตตัง แต่มาหาอาจารย์เอาลายสักมาให้อาจารย์เป่าอัดให้ มันใช่ไหม เคยถามใจตัวเองบ้างหรือเปล่าว่ามันถูกต้องไหมที่ทำอย่างนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคิดอะไรกันอยู่ในใจถึงได้คิดแล้วทำอย่างที่เห็น

            บางครั้งอาจารย์เห็นแล้วก็แกล้งถามเล่นๆ..บอกว่ารู้ไหมว่ายันต์ห้าแถวนี้เป็นของใคร.?

            เขาบอกรู้ซิ.. ทำไมจะไม่รู้..ชื่อเสียงของอาจารย์ดังจะตายไป..ไปที่ไหนใครๆ ก็รู้จัก

            กล่าวบอกอวดสรรพคุณยกยออาจารย์มายาวเหยียด เพราะจะให้อาจารย์เป่าลายสักให้ ..แต่ที่พูดมานี่นะไปสักยันต์ที่สำนักฯ อื่นมาเรียบร้อยแล้วนะ..นี่แหละมันเป็นอย่างนี้แหละ

          ก็บอกกันตรงนี้อีกครั้งหนึ่งว่าจะเช่าบูชาวัตถุมงคลของอาจารย์  ยามนี้ต้องระวังให้มากเลย เพราะอาจารย์เองบอกตามตรงว่าหมดหนทางที่จะแก้ไขแล้ว มันระบาดเหมือนฝีดาดเต็มไปหมด ไม่ว่าเหรียญห้าแถวหนุนดวงหรือผ้ายันต์ห้าแถวหนุนดวง หากใครสงสัยโทรติดต่อมาสอบถามที่สำนักสักยันต์ หรือหากจะให้สบายใจว่าแท้แน่นอน ก็ต้องยอมสละเวลาเดินทางมาที่สำนักฯ ด้วยตนเองแล้วมาเช่าบูชากันเอาไปใช้ ถึงจะกล้ารับรองว่าของอาจารย์แท้ๆ 100% แน่นอน                 

 

One Response

  1. sahaloung

    ขอเปนกำลังใจให้อาจารย์หนูนะครับ..ซักวันคงมีโอกาศเข้าไปสักที่สำนัก faxใบจองหลวงปู่ทวดไปที่วัดแล้วน่ะครับ ถ้ามีออกมาอีกก็จะบูชาอีกชอบมากครับ ส่วนพวกที่ชอบทำนาบนหลังคนคงจะได้รับกรรมเร็วๆนี้ สู้ๆค้าบบบ

Leave a Comment

Please note: Comment moderation is enabled and may delay your comment. There is no need to resubmit your comment.