สำนักสักยันต์อาจารย์หนู กันภัย

อาจารย์หนู กันภัย

เรื่องที่ไม่น่าเชื่อและไม่น่าที่จะเป็นไปได้

June 11th, 2008 by admin

            ผู้เขียนมีเรื่องที่ไม่น่าเชื่อและไม่น่าที่จะเป็นไปได้ มาเล่าสู่กันฟัง โดยเรื่องทั้งหมดที่จะนำเอามาเล่าให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบนี้  ขอรับรอง ว่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งท่านทั้งหลายเมื่อได้อ่านแล้วอาจจะ เกิดความสงสัยขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย โดยในขณะที่สำนักสักยันต์ แห่งนี้กำลังก่อสร้าง ช่างป๋อง ซึ่งเป็นช่างผู้คุมการก่อสร้างสำนักแห่งนี้ ได้มุงหลังคาสำนักเรียบร้อยแล้วและอยู่ในระหว่างกำลังฉาบปูนที่ชั้นล่าง อาจารย์หนู ได้เรียกช่างป๋อง มาปรึกษาเพราะเหตุที่มีการแก้ไข แบบแปลนหลังคาใหม่โดยที่จะต้องนำเอา หลวงปู่ทวด มาตั้งไว้บนจั่ว หลังคาสำนัก

            โดยช่างป๋องพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถที่จะทำได้ และหากทำจริงต้องทำการรื้อโครงสร้างหลังคาลงมาเพื่อแก้ไขใหม่              หลังจากที่หารือกันสรุปได้ว่า ต้องเสียหายเงินทั้งค่าของและ ค่าแรงอีกเป็นจำนวนมากจึงได้เลิกล้มความคิด ในคืนนั้นเองขณะที่ ช่างป๋องหลับสนิทได้ฝันเห็นหลวงปู่ทวดมาเข้าฝัน โดยพบหลวงปู่ทวด ท่านมาเข้าฝันบอกช่างป๋องให้ทำที่อยู่บนจั่วให้ได้เพราะต้องการอยู่บนนั้น

               เช้าวันรุ่งขึ้นช่างป๋อง ได้เข้ามาพบอาจารย์หนู ในเช้าวันนั้นทันที และบอกว่าหลวงปู่มาเข้าฝันว่า  จะอยู่บนหน้าจั่วให้จัดที่ให้ด้วย พูดจบ อาจารย์หนู  บอกว่าก็ต้องทำเสียเงินเพิ่มไม่เป็นไรทำให้ท่านด้วย.!!! 

            ช่างป๋องได้ยินอาจารย์อนุญาตจึงยิ้มออกและบอกว่า หาก อาจารย์ไม่อนุญาตแก้ไขผมต้องแย่แน่คงจะนอนไม่หลับไปอีกนาน  เพราะตั้งแต่เกิดมาจนอายุป่านนี้ ยังไม่เคยฝันถึงหลวงปู่ทวดมาก่อน

และไม่เคยมีความฝันในลักษณะนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ผมเชื่อว่าเรื่อง ที่เกิดขึ้นกับผมในครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุบังเอิญที่ไปฝันถึงหลวงปู่ทวด แต่หลวงปู่ท่านต้องการจะมาบอกให้ลูกหลานได้รับรู้ถึงความต้องการ ของท่าน                                                                                                     แล้วเรื่องก็เงียบหายไป ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็มีช่างอีกชุดหนึ่ง ที่ทำการติดตั้งกระจกบริเวณหน้าพระประทานชั้นบนก้นบวมไม่

ทราบถึงสาเหตุต้องพาเข้าโรงพยาบาลเพราะถ่ายไม่ได้ทั้งๆ ที่ปวดท้อง แพทย์ต้องสวนก้นให้แต่ก็ไม่บรรเทาลง  จึงต้องไปนอนรักษาตัวที่บ้านพัก แต่ตลอดทั้งคืนก็นอนไม่หลับจนเวลาผ่านไป 2-3 วัน เข้าวันที่ 4 หัวหน้า ช่างจึงได้เข้าไปสอบถามอาการ และถามถึงสาเหตุจึงทราบความ จากพวกที่ทำงานร่วมกันว่า ก่อนช่างคนนี้จะมีอาการอย่างที่เห็นนั้น ตนเองคาดว่า น่าจะเกิดจากวันที่ไปติดตั้งกระจกสำนักอาจารย์หนู ช่างคนนี้ได้ไต่บันไดสูงขึ้นไปคล่อมเศียรพระ รวมถึงเศียรพ่อแก่บนหิ้ง พระที่สำนักเพื่อที่จะทำการติดตั้งกระจก และช่างคนนี้ในขณะทำการ ติดตั้ง ซึ่งอยู่บนที่สูงได้ทำท่าทางเต้นแล้งเต้นกาล้อเล่นอย่างสนุกสนาน                     ซึ่งทุกคนที่ร่วมงานก็ไม่ได้ว่าอะไร สงสัยว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่อง

นี้มากกว่า จึงได้นำเอาเรื่องมาเล่าให้อาจารย์หนูฟัง เพื่อหาทางแก้ไข ทันทีที่อาจารย์รับทราบจึงบอกว่า  พวกเอ๋งทะลึ่งกันเหลือเกินน่าจะโดน เสียบ้าง ทั้งพระทั้งพ่อแก่ ตั้งบูชาอยู่บนหิ้งตั้งมากยังไม่มีความ เกรงใจไม่เคารพแถมยังไปล้อเลียนดีแล้วจะได้หลาบจำ วันหน้าวัน

หลังจะได้ไม่ทำอย่างนี้อีก                                                                              

            พูดจบอาจารย์หนู ก็บอกให้หัวหน้าช่างพาลูกน้องคนดังกล่าว ไปจุดธูปขอขมาทั้งพระทั้งพ่อแก่และกุมารทองที่อยู่บนหิ้งทั้งหมด และ บอกด้วยว่าลูกกลัวแล้วและจะไม่แสดงอาการลบหลู่อย่างนี้อีก  หลังจาก ได้ไปจุดธูปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อยตามที่อาจารย์หนูบอกไป เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์และไม่น่าเป็นไปได้ เย็นวันนั้นเองอาการต่างๆ ของช่างก็หายเป็นปกติดังเดิม 

               เรื่องราวของการปั้นหุ่นหนุมาน ตัว ๙ ของสำนักสักยันต์แห่งนี้ ยิ่งเป็นเรื่องน่าสนใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งที่ผมต้องการหยิบยกนำ เอามาเล่าให้ฟังเพราะเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มากที่สุดเรื่องหนึ่ง ใน ขณะปลูกสำนักเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาจารย์หนู ได้ให้ช่างปั้นปูน มาทำการปั้นหุ่นจำลอง  โดยกำหนดพื้นที่ด้านหน้าทางเข้าสำนักสักยันต์ เพื่อให้ลูกศิษย์เดินทางเข้ามาที่สำนักแห่งนี้ได้สักการะบูชา เพื่อให้

เกิดสิริมงคลแก่ผู้เดินทางเข้ามา และเดินทางกลับไปประกอบธุรกิจ ของตัวเอง และเพื่อให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันอันตรายทั้งปวง ที่จะเกิดขึ้น          

            อาจารย์หนูได้ให้นายพลกฤต รัตฉวี ซึ่งเป็นช่างปั้นที่มีฝีมือ ดีคนหนึ่งมาทำการปั้นหุ่นหนุมานตัว ๙ ให้โดยถือเอาฤกษ์ในวันที่ ๑ เดือนกรกฎาคม พ..๒๕๔๘ เวลา 09.09 นาฬิกาทำพิธีตอกหมุด ที่ฐานของหนุมาน  

            โดยหุ่นที่ปั้นขึ้นนี้ อาจารย์หนูได้ฝังเครื่องรางของขลัง มีทั้ง

แร่เกาะล้าน แร่เขาเขียว เพชรหน้าถ้ำ แร่สะเก็ดดาว แร่เหล็กไหล แร่คำหมากกฤษและตะกรุดลงในหัวใจหนุมาน ๕ ดอก เพื่อเอามา บรรจุไว้ตามส่วนต่างๆ ของรูปปั้น เป็นการรวมธาตุ ช่างมานิตย์ก็ได้ ทำการปั้นรูปเหมือนหนุมานตัว ๙ จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า ๒๐ วัน รูปปั้นเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง อาจารย์ได้บอกกำกับให้ใส่เครื่องรางและ ของอาถรรพณ์ลงไปในร่างกายของรูปปั้น จนทั่วทั้งหุ่นราชสีห์และ หุ่นหนุมาน      

            กำหนดไว้ที่ขาทั้ง ๔ ข้างของหุ่นราชสีห์ และที่ส่วนต่างๆ ของ หนุมาน ได้แก่ ที่หน้าอก หน้าท้อง หน้าผาก แขนทั้ง ๔ ข้างและที่ กระหม่อม ลงอักขระที่ธงพระขันธ์ ขณะที่ช่างปั้นรูปเหมือนปั้น อยู่นั้นได้เกิดสิ่งที่แปลกประหลาดขึ้นมากมาย ช่างมานิตย์เล่าให้ทาง ทีมงานฟังว่า เขาได้ทำการโคลนซีเมนต์ให้เป็นรูปร่างของหนุมาน ตามที่ได้กำหนดไว้ตามแปลน เมื่อขึ้นโครงไว้จนเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้เก็บเครื่องไม้เครื่องมือและเดินทางกลับบ้านตามปกติเหมือนทุกวัน           

            แต่ปรากฏว่า เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในบ้านเขาเห็นลิงสีเทา ขนาดกำลังน่ารักก็นึกแปลกใจและตกใจมาก  พอรวมสติได้ตนก็นับลิง ดูว่ามีกี่ตัว เขานับได้จำนวน  ๑๖ ตัว ซึ่งลิงทั้งหมดนั่งเล่นอยู่ในบ้านเต็ม ไปหมด แต่ไม่ซุกซนผิดกับลิงทั่วไป เขาก็แปลกใจก็เลยเดินไปดูใกล้ๆ แต่ลิงเหล่านั้น ไม่มีความตื่นตระหนกหรือตกใจกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ลิงทั้งหมดกลับไม่สนใจความรู้สึกเหมือนกับว่า ไม่มีเขาอยู่ในที่นั้นด้วยซ้ำ  

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นนานกว่า 1 ชั่วโมง แต่อยู่ๆ ภาพเหตุการณ์นั้นก็หายไปต่อหน้าต่อตา  เพียงแค่ละสายตาแค่ ครู่เดียวเท่านั้น  เหมือนกับว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่มีอะไรเกิด ขึ้นก่อนหน้านี้มาก่อนเลย แต่เขาก็ไม่ได้ฝันไปเลยนะ           

            ตามความรู้สึกของเขาในตอนนั้น น่าจะเป็นลิงที่ติดตามมา จากหุ่นที่ตนไปปั้นที่สำนักอาจารย์แน่นอน เพราะเขาก็ได้เจอกับ ประสบการณ์ทำนองนี้มาก่อนของหุ่นท้าวเวชสุวรรณที่วัดเสาธงหิน จังหวัดนนทบุรี และเหตุการณ์เจอลิงเหล่านั้นก็ผ่านไปด้วยดี  จนกระทั่ง วันรุ่งขึ้น ตนเองก็ได้เดินทางไปทำงานตามปกติที่วัดเทพสุนทวารี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา      

            ในตอนเที่ยงวัน เขาได้ไปนอนพักบนรถยนต์ปิ๊กอัพ ขณะที่หลับ อยู่  ก็เหมือนกับมีใครมาขย่มรถเขาจนตื่นขึ้น  ก็ต้องตกใจเมื่อพบลิงสีเทา ถึง ๙ ตัว ทันทีที่เห็นเท่านั้น  เขารู้สึกได้เลยว่าเป็นลิงชุดเดิมซึ่งเขาเห็น ที่บ้านแน่นอนจึงได้พูดไปว่า  มาดีก็ดีแล้วอย่าได้ไปเที่ยวทำร้ายคน ทำลาย ข้าวของ        

            ลิงที่เขาเห็นก็ยังนั่งเล่นกันอยู่บนกระบะอย่างชนิดที่ว่าไม่ใยดี ใครทั้งสิ้น และก็ยังคงจับกลุ่มเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่ไม่ยอมลงไป จากกระบะรถของเขาเลย จากนั้นเวลาผ่านไปประมาณ 10-15 นาที ลิง ก็หายไป พอเจอกลับลูกน้องเขาก็เล่าให้ลูกน้องฟังเกี่ยวกับเรื่อง ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ลูกน้องของเขาก็ไม่ค่อยเชื่อก็นั่งหัวเราะอย่างสนุกสนาน      

            ต่อมาช่างด้วยกันที่สร้างสำนักให้อาจารย์หนู ก็ได้มาเล่าให้เขา ฟังเกี่ยวกับเรื่องเขาเจอเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะตนกำลังหลับอยู่คนเดียวในห้องพักบริเวณด้านหลังของ รูปปั้นหนุมานช่วงเวลากลางคืน ทำให้เขาต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา                   เมื่อมีเสียงเหมือนมีใครเขวี้ยงข้างฝาดังมาก ปรากฏว่าพานที่ใส่ของ

อาถรรพณ์ต่างๆ ที่อาจารย์หนู ได้ปลุกเสกเอาไว้ ก่อนจะเดินทางไปต่าง- ประเทศ ของที่วางอยู่ในพานล้มกระจัดกระจายทั่วห้องอย่างหน้า ประหลาดใจ เพราะในห้องพักไม่มีใครอยู่เลยนอกจากเขาคนเดียว เขาก็มองไปรอบๆ ห้องก็ต้องตะลึง       

            เมื่อมองไปบนเพดานปรากฏว่า ฝ้าเพดานที่แขวนไว้เสร็จเรียบ ร้อยแล้วกลับเปิดออก เหมือนกับว่ามีใครเข้ามางัดแต่เป็นไปได้ยาก เพราะว่าด้านบนเป็นปูนซีเมนต์เททับอยู่ ทำให้คืนนั้นเขาไม่ได้หลับ ได้นอน ได้แต่นั่งนึกว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องพักของเขา          

            จนวันรุ่งขึ้นเมื่อนายช่างใหญ่ที่รับงานของสำนักเดินทางมาถึง เขาก็ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ปรากฏว่าช่างใหญ่ก็ยิ้มๆ แล้วหลังจากนั้น เหตุการณ์ก็เป็นไปตามปกติ จนกระทั่งปั้นหุ่นเสร็จ อาจารย์ก็ได้ทำพิธี บวงสรวงเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อพักผ่อน        

            ก็มีลูกน้องที่ช่วยปั้นหุ่นได้เล่าว่าเขาหลับอยู่ในบ้านพัก ขณะ หลับก็ฝันไปว่า พบลิงขนาดใหญ่สีขาวนวลแต่ไม่มีเครื่องทรง ได้เข้ามา เหยียบที่ไหล่ด้านซ้ายอย่างเต็มๆ จนทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา และลูกน้อง บอกว่าจะต้องเป็นหุ่นที่ตนช่วยปั้นที่สำนักอาจารย์แน่นอน  

ช่างมานิตย์ก็ได้เข้ามายังสำนักพร้อมกับลูกน้องที่ร่วมงานโดย จุดธูปขอขมากับหุ่นหนุมาน ว่าหากพวกตนเป็นช่างปั้นหุ่นในขณะ ที่ปั้นหากมีการล่วงเกินหรือทำการอะไรไม่เหมาะสมหรือไม่สมควร ก็ขอให้โปรดอภัยให้ด้วย เพราะเหตุการณ์ต่างๆ นั้นตนไม่ได้เจตนาที่คิด จะล่วงเกินหรือลบหลู่แต่อย่างใดจึงขอให้อภัยด้วย หลังจากที่ตนเอง และลูกน้องจุดธูปขอขมาหนุมานครั้งนั้นก็ไม่เจอกับลิงอีกเลย          

เมื่ออาจารย์กลับมาจากต่างประเทศ ก็ได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับอาจารย์ฟัง แล้วท่านก็บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่า เป็นเรื่องมงคล หากว่าทุกอย่างที่สั่งเอาไว้ทำเสร็จตามเวลากำหนด โดยทางอาจารย์เองอยู่ต่างประเทศเฝ้าแต่นึกถึงอยู่ และเมื่อถึงเวลา ที่กำหนดว่าจะนำเอาของอาถรรพณ์ใส่เข้าไปแล้ว  ตกดึกก็กำหนดการ เดินธาตุ แต่ปรากฏว่าเมื่อเดินธาตุไปแล้วของอาถรรพณ์ไม่ได้ถูกนำ ไปบรรจุไว้ ก็ทำให้เกิดอิทธิฤทธิ์ไปต่างๆ นาๆ และของที่วิ่งกระแทก กำแพงบ้าง ข้างฝาบ้าง ก็เพราะธาตุลมที่เดินให้หนุมาน เหตุการณ์ เหล่านี้เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าต้องการให้เกิดอิทธิปาฏิหาริย์ แต่สิ่งที่ต้องการ ในการปั้นหุ่นหนุมานขึ้นครั้งนี้ เพื่อให้ลูกศิษย์เข้ามาที่สำนักเอา ไว้กราบไหว้บูชา เอาไว้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้มีความเชื่อมั่น และมีแรงก้าวต่อไปข้างหน้า แต่ที่จริงหากศิษย์เข้ามาในสำนักมีความ ตั้งใจน้อมรับเอาพระพุทธคุณเข้าไปไว้ในจิตใจ และร่างกายของตน หากประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม ไม่ผิดต่อศีลธรรมต่างๆ แล้ว สิ่งดีๆ ก็จะตามเข้ามาในชีวิตเอง