อย่างไรแล้วก็ดี ข่าวการสักยันต์ของอาจารย์หนู ยังคงเป็นที่ จับตามองของสื่อต่างๆ ในประเทศไทยและสื่อจากต่างประเทศ ประโคมข่าวกันอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาอย่างไม่ยอมลดละ แม้แต่
นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายเมธา เสรีธนาวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการสื่อสารมวลชน ได้ทำหนังสือ ถึงสำนักสักยันต์อาจารย์หนู กันภัย ขอความร่วมมือในการบันทึก เป็นเทปโทรทัศน์เพื่อทำเป็นสารคดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน การสอนวิชาการผลิตรายการโทรทัศน์ชั้นสูง เพื่อเป็นแง่มุมที่น่าสนใจ ความเชื่อและเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับเรื่องการสักยันต์
มีวันหนึ่งอาจารย์หนู ปรารภออกมาเปรยๆ ว่า ปีนี้อยากสร้าง วัตถุมงคลที่สุดยอดสามารถคุ้มภัยให้กับศิษย์ที่เข้ามาสำนักของเรา ให้อยู่ดีมีสุขปลอดภัยจากอันตรายที่เข้ามาเบียดเบียน ความรู้สึก ในเวลานี้อยากจะสร้างพระพิฆเนศวรเพราะถือว่า เป็นเทพเจ้า แห่งความสำเร็จทั้งปวง เพราะวันนี้เราจะหาวัตถุมงคลใหม่ๆ ที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพพลังต่างๆ ได้ยาก วัตถุมงคลใหม่ไม่เป็นที่นิยม ของนักสะสมพระกันสักเท่าใด แต่ปัจจุบันนี้มีอยู่ไม่กี่ชิ้นที่สร้างออก มาแล้วมีคนต้องการหาเช่าเก็บไว้ และเหรียญที่นักสะสมพระต่าง
พากันไขว้คว้าหาเช่าก็คือ เหรียญพระพิฆเนศวรตะกั่วเก่าพันปีของ อาจารย์หนู กันภัย
เ
หรียญพระพิฆเนศวรทุกวันนี้ นับว่าเป็นเหรียญใหม่มีความ งดงาม ซึ่งเป็นเหรียญที่ใครพบใครเห็นและบวกกับขนาดที่เหมาะแล้ว สรรพคุณเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งพุทธคุณมากมาย เป็นที่ต้องการ ในหมู่ของนักสะสมพระและกลุ่มของนักแสดง รวมถึงพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนทั่วไป เวลานี้แม้แต่วงการพระเครื่องให้การยอมรับว่าเป็น วัตถุงมงคลใหม่มาแรงเลยทีเดียว และนับว่าเป็นอันดับต้นๆ ที่คน ส่วนใหญ่รู้จักและนิยมกันมาก นายเสมอ งิ้วงาม หรือที่รู้จักกันดีในวงการพระเครื่องพระบูชา ในนามป๋อง สุพรรณ ได้มาหาอาจารย์เพื่อปรึกษาว่าตนเองมีตะกั่ว อายุนับพันปีเป็นตะกั่วที่ขุดพบบริเวณหน้าถ้ำที่จังหวัดสุพรรณบุรี และได้เก็บรักษาเอาไว้นานมากแล้ว และอยากจะเอาตะกั่วเก่าพันปีนี้ มาสร้างพระเครื่อง ไม่ว่าใครก็สามารถที่จะพกพาติดตัวไปด้วยได้ เพื่อกราบไหว้บูชา
โดยพระที่กล่าวมานี้จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่ว่าจะ เป็นในด้านค้าขาย เมตตา แคล้วคลาด และคงกระพัน ก็คิดไป กันว่าจะสร้างเป็นเหรียญพระพิฆเนศวร ด้านหน้าก็จะเป็นรูป พระพิฆเนศวรประทับนั่งเต็มองค์บน พานดอกบัวพระหัตถ์ด้านซ้ายทั้ง ๒ ถือเชือกและสังข์ ส่วนพระหัตถ์ด้าน ขาวทั้ง ๒ ถืองาและกริช ส่วนด้าน หลังเป็นลายยันต์หัวใจพระพิฆเนศวร โอมล้อมชั้นในด้วยอักขระรอบตัวโอม มีใจความว่า โอมนะมะคะเน เทวามะคะเนสายะ และที่รอบเหรียญ ชั้นนอก มีความว่า พุทธธังลาภะ ปาฏิลาภัง ปูชะโกละภะ เตปูชัง วันทะโก ปฏิวันทานัง พระพุทธธัง ขอลาภ เหมาะตามคุณสมบัติ จึงได้ตกลงสร้างเหรียญพระพิฆเนศวรทันที

ไม่นานก็ได้ติดต่ออาจารย์อนันต์ สวัสดิ์เสาวนีย์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านศิลปะไทยกรมศิลปกรให้เป็นผู้ออกแบบเหรียญพระพิฆเนศวร ให้มี Concept ว่าเหรียญจะต้องมีขนาดเหมาะสมไม่ใหญ่เกินไปและ ก็ไม่เล็กจนเกินไป น้ำหนักต้องเบารูปลักษณ์ต้องสมจริง และที่สำคัญ ลวดลายต้องอ่อนช้อยสมกับพุทธลักษณะทุกอย่าง
ไม่นานนักป๋อง สุพรรณได้นำแบบพิมพ์มาให้อาจารย์ ที่สำนัก สักยันต์และได้ขออนุญาตสร้างเหรียญพระพิฆเนศวร แบ่งเป็นเหรียญ ทองคำจำนวน ๑๑ เหรียญ เหรียญนวโลหะ ๒๑ เหรียญ และเหรียญ ตะกั่วจำนวน ๖,๐๐๐ เหรียญ หลังจากสร้างเสร็จเรียบร้อย อาจารย์หนู ก็ได้นำมาเข้าพิธีปลุกเสกเดี่ยวเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืน ภายในห้อง ตลอดจนเสร็จ อาจารย์หนูบอกว่า เหรียญนี้เป็นเหรียญที่ดีที่สุด เพราะ เหรียญนี้มีพระพุทธคุณครบทุกพระสูตร และใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ทุกสาขา อาชีพเลยทีเดียว
พุทธ
คุณของเหรียญพระพิฆเนศวร มีทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เมื่อเหรียญเสร็จสมบูรณ์ สร้างความแตก ตื่นให้กับวงการพระเครื่องเป็นอย่างมาก เพราะเหรียญที่สวยงามด้วย เนื้อตะกั่วเก่าที่มีสีตามธรรมชาติไม่มีการตกแต่งสี เมื่อนำเอาไปใช้ ถูกกับเหงื่อตามร่างกายเหรียญนี้ก็จะเปลี่ยนสีในเวลาที่ไม่นานนัก เนื่องจากเนื้อตะกั่วที่นำมาจัดสร้างเหรียญพระพิฆเนศวรนี้เป็นเนื้อ ตะกั่วแท้ๆ มีความเก่าแก่และมีอายุหลายพันปี ซึ่งเป็นคุณสมบัติ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามธรรมชาติ มองดูแล้วเกิดความน่าพิสมัย ของลวดลายที่อ่อนช้อยด้วยฝีมือของอาจารย์อนันต์ ซึ่งเอาใจใส่
บรรจงแกะพิมพ์สร้างให้เป็นรุ่นที่สุดแห่งปี จุดนี้เองทำให้วงการ พระเครื่องและประชาชนทั่วไปต่างเสาะแสวงหามาครอบครองไว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว
เหรียญพระพิฆเนศวรได้สร้างความฮือฮากันเป็นอย่างมาก ประชาชนต่างให้ความสนใจของเหรียญนี้กันมากมีทั้งมาหาซื้อที่ สำนักสักยันต์กันเป็นจำนวนมาก บางรายก็ว่าจะราคาสูงแค่ไหนก็สู่เพื่อ เก็บไว้ครอบครอง เพราะเป็นเหรียญที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน และคนที่มีไว้ครอบครองก็จะเก็บไว้เป็นที่คุ้มภัย อันตรายให้อยู่คู่ กับผู้ศรัทธาเลื่อมใสตลอดไป
จากนั้นไม่ถึงเดือนอาจารย์หนู ได้ออกวัตถุมงคลอีกชิ้นหนึ่ง คือตะกรุดโสฬสมงคล ที่จะสร้างตะกรุดในครั้งนี้เพื่อเป็นการฉลอง สำนักสักยันต์แห่งใหม่นี้ ให้เป็นที่รู้จักกันทั่วว่าครั้งหนึ่งสำนักสักยันต์ แห่งนี้ ได้สร้างตะกรุดที่ดีที่สุดในประเทศไทย และอาจารย์ว่าเป็น ตะกรุดที่ดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้อย่างไม่อายปาก โดยอาจารย์เอา
ตะกั่วเก่าที่เหลือไม่มากนักจากการทำพระพิฆเนศวร มาทำเป็นตะกรุด และให้ช่างรีดทองนำเอาแผ่นตะกั่วที่มีอยู่ไปรีด วันรุ่งขึ้นช่างทองซึ่ง เป็นลูกศิษย์เช่นกันเข้ามาพบ และนำเอาตะกั่วเก่าซึ่งเหลืออยู่ที่มี จำนวนไม่มากนักไปรีดในทันที
เวลาผ่านไปเดือนเศษ ช่างทองได้นำเอาตะกั่วเก่ากลับมาคืน ให้โดยตัดมาเป็นแผ่นเรียบร้อย ได้จำนวน 250 ดอก โดยมีขนาดกว้าง 6 เซนติเมตร ยาว 6 เซนติเมตร นำเอามาจารเป็นตะกรุดโสฬสมงคล โดยทั่วไปการจารตะกรุดนั้น เกจิทั่วไปจะจารเพียงด้านเดียว แต่ อาจารย์หนู ต้องการให้ตะกรุดเป็นที่สุด จึงได้จารทั้งสองด้าน โดยด้าน หน้าเป็นยันต์ตะกรุดโสฬสมงคล และด้านหลังเป็นยันต์ตะกรุดคู่ชีวิต ทุกวันนี้ คนเป็นจำนวนไม่น้อยที่หันมาสนใจเรื่องของการ สักเสกเลขยันต์ต่างๆ แต่กลับไม่เข้าใจความหมายของลายยันต์และ เลขยันต์ เพราะไม่มีผู้ที่จะให้คำตอบและรู้จริงเข้ามาบอกกล่าว ในสิ่งถูกต้องให้เข้าใจได้
ในการเขียนมหายันต์ในตะกรุดโสฬสมงคล เพื่อให้คุ้มครอง และปกป้องรักษา ให้รอดจากบ่วงมารและเกิดความเป็นสิริมงคล แก่ผู้ที่ครอบครอง โดยมีความหมายของตะกรุดมงคลโสฬสนั้น มีเหตุ ที่มาของลายยันต์ ในตะกรุดเราจะเห็นรอยจารเป็นเส้นตรงลากผ่าน
ไปมานั้น ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเหมือนสายรกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า วงกลมที่อยู่ภายในตะกรุด หมายถึงพระพักตร์ขององค์ พระสัมมา- สัมพุทธเจ้า และถ้าหากเป็นยันต์สี่เหลี่ยมนั้น ก็หมายถึง ธาตุทั้ง 4 ส่วนที่เป็นยันต์สามเหลี่ยมนั้น หมายถึง โลกทั้งสาม อันได้แก่ พระอิศวร-พระนารายณ์และพระพรหม หากจะกล่าวตามคติทางพระพุทธศาสนา อันได้แก่ พระรัตนตรัย นอกจากนั้นยังมียันต์ต่างๆ ประกอบอยู่ด้วย มีการลงองค์พระจันทร์ครึ่งซีกลงศูนย์ เช่นกันกับ พระอาทิตย์ ลงอุณาโลม กำกับลงไว้ด้วยการลงเป็นองค์พระนั้น มีความหมายว่าเป็นสิ่งสมมุติ ถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในส่วนของการลงเป็นรูปศูนย์รูปจันทร์ แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ ที่เกิดขึ้นมาบนโลก ต่างก็อยู่ภายใต้อิทธิพลของดาวพระเคราะห์ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่บรรดาลความเจริญเติบโต งอกงามให้แก่มวลมนุษย์ ที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ยันต์บางยันต์ก็จะลง เป็นรูปศร หมายความว่า เป็นศรของเทพยดาผู้มีมเหศักดิ์ สำหรับป้องกัน อันตรายต่างๆ ส่วนที่ลงเป็น อุณาโลม เป็นตัวอุ หมายความถึง พระอริยเจ้าทั้งหลายที่ท่านได้สำเร็จ เป็นพระอรหันต์ สายรัดตัณหา ของท่านไม่กำเริบเหมือนดังเช่นปุถุชนเรา ลงตรงศูนย์กระหม่อมของ
ท่าน จึงเดินตรงเป็นเหมือนดังรูปอุณาโลมไม่เดินวอกแวกเหมือนคน ธรรมดาทั่วไป
ด้วยเหตุนี้การลงอักขระเลขยันต์ต่างๆ เมื่อกระทำสำเร็จแล้ว จึงมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สุด สำหรับการลงเลขบรรจุในยันต์ต่างๆ เป็นการย่อรวมของอักขระอีกครั้งหนึ่ง เพราะเหตุที่จะลงอักขระ ไปให้ครบถ้วนนั้น จะเป็นเหตุให้สิ้นเปลืองเนื้อที่มาก จึงใช้ย่อลง
รวมเป็นตัวเลขแทน เช่น ลงพระคาถานวหรคุณ คือคุณของพระพุทธเจ้า ทั้ง 5 ประการ ได้แก่ อะ สัง วิ สุ โร ปุ สะ พุ พะ ก็ใช้เขียนเลข 9 เมื่อเวลา จะเขียนเลข 9 ลงไปก็ต้องกำหนดธาตุลงไป เป็นเหตุให้เกิดพระสูตร ของการลงเลขยันต์ขึ้น
ฉะนั้น การที่จะลงเลขยันต์ในยันต์ต่างๆ ที่กำกับและมี ความศักดิ์สิทธิ์นั้นได้แก่ เลข 1 คือ มิ คือยอดศีล เลข 2 คำว่าพุทธโธ คือ หัวใจพระพุทธเจ้า เลข 3 มะ อะ อุ คือ ดวงตาพระพุทธเจ้า เลข 4 นะ มะ พะ ทะ ธาตุทั้ง 4 ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ เลข 5 นะ โม พุทธ ธา ยะ คือพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ เลข 6 อิ สะ วา สุ สุ สะ วา อิ คือหัวใจ อิ ติ ปิ โส เลข 7 สัง วิ ทา ปุ กะ ยะ ปะ คือธรณีเจ็ดคัมภีร์ เลข 8 ทา มา นา อุ กะ สะ นะ ทุ คือหัวใจพาหุง เลข 9 อะ สัง วิ โร ปุ สะ พุ ภะ คือนวหรคุณ เลข 10 เต ชะ สุ เน มะ ภู ชะ นา วิ เว คือพระพุทธเจ้าสิบชาติ ตัวเลขต่างๆ เช่น 11-16 คือหัวใจพระอินทร์-พระยม-พระพรหม-พระกาล ซึ่งมีความหมาย เฉพาะตัวแม้แต่เทพยดายังต้องลงมาจาก เบื้องบนเพื่อที่จะมากราบไหว้พระคาถาบทนี้ สรรพคุณนั้น มีมาก เหลือที่จะคณานับ เพราะเหตุที่พระคาถาบทนี้ได้รวมพระสูตรไว้ใน พระยันต์บทนี้ครบทุกชั้นฟ้าถึง 16 ชั้นฟ้า ส่วนตะกรุดคู่ชีวิตที่อยู่ ด้านหลังนั้น เป็นยันต์ที่จะเป็นคู่กับดวงเข้ากับราศีเจ้าของ โดย กำหนดพระคาถา อะ สิ สัน ติ
ใช้เขียนเป็นตะกรุดจะคอยคุ้มกันดวงของผู้เป็นเจ้าของไม่ ให้ตกต่ำ และป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาทำร้ายเป็นยันต์ที่เกจิคณาจารย์ เช่นหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ใช้เขียนเป็นตะกรุดล้อมด้วย อิ ติ ปา ระ มิ ตา ติง สา อิ ติ สัพ พัน ยู มา คะ ตา อิ ติ โพ ธิ มะ นุด ปัด โต
อิ ติ ปิ โส จะ เต นะ โม พระบารมี 30 ทัศ ป้องกันอันตรายต่างๆ นาๆ ทั่วทุกทิศ นะ มะ นะ อะ นอ กอ นะ กะ กอ ออ นอ อะ นะ อะ กะ อัง คือพระพุทธเจ้า 16 พระองค์ เป็นหัวใจพระอรหันต์ มีความศักดิ์สิทธิ์ ทรงอานุภาพเกิดสิริมงคล แก้สรรพทุกข์ สรรพโศก แก้คุณไสยทั้งปวง มีอานุภาพอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เหนือความคาดหมาย
เมื่อรวบรวมยันต์ทั้งสองนี้เข้าไว้ด้วยกันจะเป็นตะกรุดที่มีพลัง และอานุภาพเกินกว่าที่จะคำนวณได้ ถือว่าเป็นตะกรุดที่เป็นที่สุดอย่าง แท้จริง ซึ่งอาจารย์หนู ได้ตั้งใจให้ศิษย์ไว้บูชาเพื่อป้องกันตัว สำหรับ เดินทางไกลขึ้นเหนือล่องใต้ใช้ในธุรกิจ การค้า เป็นเมตตามหานิยม กับผู้ได้พบเห็น ป้องกันสรรพศาสตราวุธ และแคล้วคลาดดีนักแล โดย อาจารย์หนู ได้ตั้งจิตปลุกเสกเดี่ยวเป็นเวลา 9 คืนและนำเข้าร่วมพิธี
ปลุกเสกใหญ่ในงานไหว้ครูประจำปี พร้อมกับวัตถุมงคลของสำนัก สักยันต์อีกครั้งหนึ่ง










